ทุกลมหายใจเข้าอบอวลด้วยกลิ่นกายเย็นเยียบสดชื่นของหลิงชิงเจวี๋ย เมิ่งซูสูดลึกอีกครั้งอย่างติดใจ แขนทั้งสองข้างรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ อยากเกาะติดอยู่บนตัวหลิงชิงเจวี๋ยไม่ยอมลง
ทว่าหลิงชิงเจวี๋ยกำลังโกรธ ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยแม้แต่น้อย ยืนนิ่งราวกับท่อนไม้อยู่อย่างนั้น เนิ่นนานไม่ไหวติง
เมิ่งซูยังดื้อรั้นกอดเขาไว้ เสียงทื่อ ๆ “ไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ อย่าโกรธฉันเลย”
หลิงชิงเจวี๋ยเงยคางขึ้นนิดหน่อย แค่ได้กลิ่นของคนอื่นบนตัวเมิ่งซู เขาก็อิจฉาจนแทบคลั่ง แต่ก็ไม่อยากแสดงออกมา ดูเหมือนเขาจะใส่ใจมากแค่ไหน
เขาก้มสายตาไร้อารมณ์มองลงมา ส่งเสียงเหอะเบา ๆ ในลำคออย่างเย็นชา ท่าทางแย่จนเกินไป
เมิ่งซูไม่กล้าเงยหน้ามองเขา พูดร่ายต่อว่า “ฉันไม่ได้นอกใจนะ จริง ๆ ฉันไม่รู้จะพูดยังไงนายถึงจะเชื่อ หลังจากนี้ฉันจะไม่ไปข้องเกี่ยวกับพวกเขาอีก…”
สีหน้าหลิงชิงเจวี๋ยผ่อนคลายลงบ้าง หน้าเครียดตอบกลับอย่างเย็นชาว่า “ฉันก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้นายไปข้องเกี่ยวกับพวกเขาสักหน่อย”
เมิ่งซูยังไม่ยอมเงยหน้า น้ำเสียงอู้อี้ คล้ายกำลังน้อยใจ “ต่อไปนี้ไม่เกี่ยวแล้ว! ไม่มองใครทั้งนั้น! มองแต่นายคนเดียว พันธนาการนายไปตลอดชีวิต”
หลิงชิงเจวี๋ยไม่ใช่คนโง่ น้ำเสียงนี้แสดงว่าน้อยใจอย่างชัดเจน เขาเลิกคิ้วขึ้น “นี่นายประชดฉันหรือไง”
เมิ่งซูก็ห่อเหี่ยวลงอีก ดูต่ำต้อยเหลือเกิน “เปล่า… ขอโทษ ต่อไปจะไม่ทำแล้ว”
“นายรู้ไหมว่าบนตัวนายเหม็นกลิ่นพวกนั้นเต็มไปหมด โดยเฉพาะไอ้จิ้งจอกเฮงซวยนั่น กลิ่นมันคละคลุ้งจนฉันลืมตาไม่ขึ้น”
