หลังจากเมิ่งซูอาบน้ำเสร็จออกมา ก็เห็นหลิงชิงเจวี๋ยนั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา ใบหน้าเต็มไปด้วยข้อความว่า "ฉันอารมณ์ไม่ดี รีบมาง้อฉันเร็ว"
เขาเข้าทางสุด ๆ รีบกระโจนเข้าไปเหมือนลูกสมุน “ท่านแมว เรื่องอะไรทำให้ท่านไม่สบอารมณ์ขอรับ”
เห็นเขารู้จักเกรงใจขนาดนี้ หลิงชิงเจวี๋ยจึงสีหน้าผ่อนคลายลง “เจ้าไปยั่วยุสิ่งสกปรกไม่ดีพวกนั้นข้างนอกให้น้อยลงหน่อย”
เมิ่งซูไม่ค่อยเข้าใจ “ข้าไปยั่วยุสิ่งสกปรกไม่ดีที่ไหนกัน”
“ตัวเจ้าเองรู้ดี”
“ข้าไม่รู้” เมิ่งซูตอบอย่างซื่อตรง
“ข้าจัดการให้แล้ว” หลิงชิงเจวี๋ยขี้เกียจอธิบายต่อ “ถ้าคราวหน้าไปยั่วยุของสกปรกพวกนั้นอีก ข้าจะไม่สนใจเจ้าแล้ว”
เป็นไปได้ไหมที่เมื่อครู่เขาไปยั่วยุสัตว์ประหลาดทรงพลังอะไรเข้า
เมิ่งซูคิดไปไกลพลางรู้สึกซาบซึ้งยิ่งนัก “ขอบคุณท่านแมว”
“อย่าเรียกข้าอย่างนั้น” หลิงชิงเจวี๋ยไม่ชอบคำเรียกนี้
เมิ่งซูถาม “งั้นท่านอยากให้ข้าเรียกท่านว่าอะไร”
“ชื่อ”
“หลิงชิงเจวี๋ย หลิงชิงเจวี๋ย ชื่อนี้ไร้ซึ่งกลิ่นอายมนุษย์เลยแม้แต่น้อย ฟังดูเย็นชา ห่างเหินเกินไป”
หลิงชิงเจวี๋ยถามอย่างฉงน “ข้ากับเจ้าสนิทกันมากแล้วหรือ”
เมิ่งซูพูดไม่ออก จึงตอบอย่างหงอย ๆ “ก็เริ่มสนิทจากชื่อได้นี่นา...”
ดวงตาของหลิงชิงเจวี๋ยเหมือนสายน้ำในฤดูใบไม้ร่วง ระยิบระยับด้วยประกายน้ำ นุ่มนวลรินลงมา พร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย “เช่นนั้นเจ้าอยากเรียกข้าว่าอย่างไร”
เมิ่งซูเป็นคนที่เก่งเรื่องได้คืบจะเอาศอกที่สุด “โลกของพวกเราน่ะ ปกติจะเรียกคนที่ชอบด้วยชื่อซ้ำ ๆ แต่ชื่อของเจ้าเอามาซ้ำยังไงก็ไม่เหมาะ หลิงหลิง ชิงชิง เจวี๋ยเจวี๋ย ฟังดูประหลาดมากเลยว่ามั้ย”
