หนทางสู่ป่าเวทมนตร์นั้นไกลเกินไป ยังดีที่เจียเจาพอจะใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายได้บ้าง เขานั่งยอง ๆ วาดวงแหวนเวทมนตร์ลงบนพื้น จากนั้นตบมือพลางว่า “วงแหวนนี้จะพาพวกเราไปยังหมู่บ้านใกล้ ๆ ป่าเวทมนตร์”
ในหมู่บ้านนั้นมีวงแหวนเวทมนตร์ที่นักเวทระดับสูงทิ้งไว้ คล้ายกับเป็นจุดยุทธศาสตร์ นักเวทคนอื่นสามารถหยิบยืมวงแหวนเดียวกันนี้เพื่อเคลื่อนย้ายไปถึงที่นั่นได้
เขาใช้เวลาวาดวงแหวนถึงสองชั่วโมง เมิ่งซูง่วงจนแทบจะหลับ ความกระตือรือร้นก็มลายหายไปหมด “ทำไมต้องวาดวงแหวนด้วย”
เขาจำได้ว่าหลิงชิงเจวี๋ยตั้งวงแหวนเพียงแค่ชั่วพริบตา
เจียเจามองเขาด้วยสายตาเหมือนมองคนปัญญาอ่อน “เจ้าคิดว่าวงแหวนเวทมนตร์จะปรากฏขึ้นมาลอย ๆ อย่างนั้นหรือ การเคลื่อนย้ายด้วยเวทมนตร์ล้วนต้องวาดวงแหวน ยิ่งระยะทางไกล วงแหวนยิ่งซับซ้อนมากขึ้น”
“นักเวทใช้เวทมนตร์ก็ต้องวาดวงแหวนหมดทุกครั้งหรือ”
“เว้นเสียแต่เป็นเวทมนตร์พื้นฐานบางอย่าง โดยทั่วไปก็ต้องวาดวงแหวนทั้งนั้น หรือไม่ก็มีคนวาดวงแหวนไว้ล่วงหน้าบนกระดาษยันต์เก็บพลังงาน เพื่อความสะดวกในการใช้”
อย่างนั้นหลิงชิงเจวี๋ยคงใช้กระดาษยันต์สินะ
เหมือนกับที่หลิงชิงเจวี๋ยเคยวาดยันต์ไว้บนฝ่ามือของเขา
ถ้าอย่างนั้น หลิงชิงเจวี๋ยก็คงสะสมกระดาษยันต์ไว้ไม่น้อยเลยกระมัง แต่นี่เขาชอบใช้เวทมนตร์เคลื่อนย้ายพร่ำเพรื่อ ปรากฏตัววับ ๆ หาย ๆ ไปหมด หรือว่าเวลาที่เขาไม่ได้นอน ก็เอาแต่วาดกระดาษยันต์งั้นหรือ
เมิ่งซูลูบคางพลางพึมพำกับตัวเอง “ดูท่าเขาคงขยันกว่าที่ข้าคิดอยู่บ้าง”
“ใครน่ะหรือ”
“อ่อ ไม่มีอะไร” เมิ่งซูส่ายหัวพลางหัวเราะ “ก็แค่แมวที่บ้านน่ะ ข้าเห็นแต่มันเสกคาถาอยู่บ่อย ๆ แต่ไม่เคยเห็นมันวาดวงแหวนเลย”
