เขาเพียงแค่ตวัดนิ้วขึ้น เมิ่งซูก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่ไร้รูปร่างพันธนาการรอบเอวเขา ผลักดันให้เขาก้าวเดินไปข้างหน้า
เขารู้ดีว่านั่นคือสกิลอะไร เวทพันธนาการ
ก่อนหน้านี้ตอนที่หลิงชิงเจวี๋ยร่วมหลับนอนกับเขา เพื่อไม่ให้เขาขยับตัวไปมา ก็เคยใช้ท่าไม้นี้มาแล้ว
เมิ่งซูเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ในหัว ชัด ๆ ว่ามาเพื่อปราบราชาอสูร แต่พอได้เห็นหน้าเจ้าหลิงชิงเจวี๋ยเท่านั้นแหละ ก็ลืมทุกอย่างไปเสียหมด
ที่ว่าโฉมงามลวงตาให้หลงใหล ก็คงเป็นเหตุผลนี้กระมัง
เขาถูกควบคุมให้มาอยู่เบื้องหน้าของอีกฝ่าย ได้ชมโฉมงามสะท้านฟ้าของราชาอสูรในระยะประชิด
ใกล้เกินไปแล้ว ทำไมหลิงชิงเจวี๋ยถึงยิ่งดูดีขึ้นแบบนี้ล่ะ?
เมิ่งซูแทบอยากร้องไห้ แย่แล้ว ยังไม่ทันเริ่มสู้เลย เขาก็สูญเสียใจจะสู้ไปหมดสิ้นแล้ว!
ขนตายาวงอนโก่งของหลิงชิงเจวี๋ยสั่นไหวเบา ๆ สันจมูกโด่งสูง ผิวพรรณขาวจนเกือบโปร่งใส
ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นสะท้อนเงาใบหน้าของเมิ่งซู ราวกับแอ่งน้ำในสระ ทำให้เมิ่งซูสิ้นสิ้นซึ่งความคิดที่จะต่อต้าน
เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกมา ปลายนิ้วเย็นเฉียบแตะลงบนริมฝีปากของเมิ่งซู
“บนตัวเจ้า… มีกลิ่นของข้า” น้ำเสียงของหลิงชิงเจวี๋ยแหบพร่าเล็กน้อย แววตายิ่งดำลึกหนักหน่วง “เจ้ารู้จักข้าหรือ?”
เพียงสัมผัสของอีกฝ่าย เมิ่งซูก็หวนนึกถึงภาพบางอย่างที่ไม่เหมาะสำหรับเด็กในหัวขึ้นมา ฝืนทนความอับอาย “เราสองเคยนอนด้วยกันมาแล้ว”
มือของหลิงชิงเจวี๋ยชะงักไปครู่หนึ่ง “อ้อ”
เขาถอนมือกลับมา “แล้วใครอยู่ข้างบน?”
เมิ่งซูตอบ “ท่านไง”
