ดีจริง ๆ ในที่สุดกู้เจียวก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมาบ้าง
ตอนนี้ถึงเวลาหาอะไรกินให้อิ่มท้องแล้ว นางรีบเข้าไปยังหมวดอาหาร แลกหมั่นโถวลูกใหญ่ 4 ลูกด้วยเหรียญทอง ใช้ไป 4 เหรียญ นี่เป็นตัวเลือกที่ถูกที่สุดแล้ว
กู้เจียวใช้ความคิดเคลื่อนหมั่นโถวออกมา ตั้งใจจะใช้เสื้อผ้าห่อไว้ แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าเสื้อผ้าสกปรกแถมยังเปียกอยู่
นางจึงเก็บหมั่นโถวกลับเข้าไป แล้วรีบเดินไปยังกระท่อมฟาง
“ท่านแม่กลับมาแล้ว”
ทันทีที่เข้ากระท่อม เด็กตัวน้อยทั้งสามก็พุ่งเข้ามาหา กอดนางไว้แล้วเงยหน้ามองด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
ดวงตาสามคู่เปล่งประกายชัดเจนว่า — มีของกินไหม?
ชั่วขณะนั้น ความรู้สึกประหลาดพลันเอ่อท้นขึ้นมาในใจ นี่คือลูกแฝดสามของร่างเดิมจริง ๆ ด้วย รู้สึกราวกับมีสายเลือดเดียวกัน
ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนคลอดพวกเขา แต่กลับรู้สึกเหมือนเป็นคนให้กำเนิดเอง
“ท่านแม่ ทำไมตัวเปียกไปหมดล่ะ?”
หนิวหนิว ลูกสาวคนเล็กเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นและเอ่ยถาม
กู้เจียวลูบหัวเด็กทั้งสาม ก่อนตอบเสียงอ่อนโยนว่า “แม่ไม่ระวังเลยหกล้ม แต่ไม่เป็นไรหรอก เด็กดี คืนนี้เรากินหมั่นโถวกัน รีบไปหยิบชามมาเร็ว”
“อ๊ะ ดีเลยเจ้าค่ะ”
พอได้ยินว่ามีของกิน เด็กทั้งสามก็รีบปล่อยนางแล้ววิ่งไปหยิบชามทันที
กู้เจียวมองเด็กทั้งสามที่ผอมแห้ง ตัวเล็ก แถมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งแล้วก็รู้สึกปวดใจเหลือเกิน
นับจากนี้เด็กทั้งสามคนนี้ก็เป็นลูกของกู้เจียวแล้วสินะ หึ ๆ ทั้งที่ยังไม่ได้แต่งงาน พอมาที่นี่ก็ได้เป็นแม่คนทันที
สวรรค์ให้ฉันได้มีชีวิตใหม่ แถมยังมอบเด็กน้อยน่ารักให้ตั้งสามคน บางทีคงส่งฉันมาเป็นแม่ของพวกเขาก็ได้
กู้เจียวกวาดตามองกระท่อมฟางหลังนี้ มีเพียงห้องเดียว มุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นที่ทำอาหาร ตรงกลางมีโต๊ะง่าย ๆ ที่ทำจากแผ่นไม้ ส่วนมุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่นอนปูพื้น ซึ่งเป็นที่นอนของแม่ลูกทั้งสี่คน
ตรงปลายที่นอนมีหีบเก่า ๆ ใบหนึ่ง ใส่เสื้อผ้าของแม่ลูกทั้งสี่ไว้
ร่างเดิมเป็นคนรักความสะอาด แม้สถานที่จะเล็กแค่นี้ แต่ก็จัดข้าวของเป็นระเบียบเรียบร้อย แถมยังกวาดถูสะอาด ไม่มีแม้แต่กลิ่นอับ
กู้เจียวถอนสายตากลับมา อาศัยจังหวะที่เด็กทั้งสามไปหยิบชาม เคลื่อนหมั่นโถวทั้งสี่ลูกออกมาวางบนโต๊ะ
“ว้าว หมั่นโถวลูกใหญ่!”
หนิวหนิวคนเล็กสุดมองหมั่นโถวที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่น ดวงตากลมโตสีดำขลับเป็นประกายระยิบระยับ
เด็กทั้งสามคน คนเดิมตั้งชื่อให้ลูกชายว่า ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิว หวังให้โตขึ้นแข็งแรงเหมือนวัว
ส่วนลูกสาวคนเล็กชื่อหนิวหนิว เด็กทั้งสามยังไม่มีชื่อจริงจนถึงตอนนี้ ทุกคนจึงเรียกกันว่าต้าหนิว เอ้อร์หนิว และหนิวหนิว
พ่อของเด็กทั้งสามชื่อฉู่เทียนสิง ร่างเดิมคิดว่าจะรอให้เขากลับมาตั้งชื่อให้
แต่ผ่านมาสี่ปีแล้ว ฉู่เทียนสิงก็ยังไม่มีข่าวคราว กู้เจียวเดาว่าเขาคงเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้
จากความทรงจำ ในหมู่บ้านนี้คนแซ่ฉู่มีอยู่ราวหนึ่งในสาม หมู่บ้านจึงมีชื่อว่าหมู่บ้านตระกูลฉู่
ฉู่เทียนสิงเป็นบุตรคนที่สามของตระกูลฉู่ คนในหมู่บ้านเรียกเขาว่าฉู่เหล่าซาน เขาอายุมากกว่าร่างเดิมสี่ปี
ฉู่เหล่าซานมีฝีมือดี มักออกไปคุ้มกันขบวนสินค้าอยู่ข้างนอก ร่างเดิมถูกฉู่เหล่าซานเก็บกลับมาตอนเขาออกไปคุ้มกันขบวนสินค้า
ที่แปลกคือความทรงจำของร่างเดิมก่อนอายุสิบขวบว่างเปล่า จำได้เพียงเรื่องราวหลังจากอายุสิบขวบแล้ว
จากการประเมินของกู้เจียว ชาติกำเนิดของร่างเดิมไม่เรียบง่ายอย่างที่เห็น หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งจะสูญเสียความทรงจำไปสิบปีอย่างไร้เหตุผลได้อย่างไร เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับชาติกำเนิดของนางแน่
ในความทรงจำ บ้านของร่างเดิมอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวเมือง ที่บ้านมีพ่อแม่ รวมถึงพี่น้อง นางเป็นบุตรคนที่สาม ทุกคนเรียกนางว่าซานเหนียง ไม่มีชื่อในทะเบียน
ตอนร่างเดิมอายุสิบห้าปี เพราะพี่ชายคนรองจะแต่งงานและต้องใช้เงิน แต่ที่บ้านไม่มีเงิน พ่อแม่จึงตัดสินใจขายนางไปหอนางโลม
พอรู้เรื่อง นางก็หนีออกจากบ้านกลางดึก มุ่งหน้าไปทางเมืองหลวงประจำแคว้น ระหว่างทางทั้งหิวทั้งหนาวจนเป็นลมอยู่ข้างถนน บังเอิญฉู่เหล่าซานกับพวกเพิ่งกลับจากคุ้มกันขบวนสินค้า จึงช่วยนางไว้
คนที่คุ้มกันขบวนสินค้าล้วนเป็นชายหนุ่มกลุ่มหนึ่ง พอเห็นว่าเป็นหญิงสาว แถมหน้าตาสะสวยเอาการ ทุกคนก็พากันร้องว่าเก็บกลับไปเป็นเมียเถอะ
หลังจากร่างเดิมฟื้นขึ้นมา นางกัดฟันคิดว่า แทนที่จะปล่อยให้คนในครอบครัวตามเจอแล้วขายไปหอนางโลม สู้เลือกแต่งกับใครสักคนในกลุ่มผู้ชายพวกนี้เสียยังดีกว่า
แต่งงานแล้ว ต่อให้ถูกครอบครัวตามเจอ ก็ขายนางไม่ได้อีก
นางจึงเลือกฉู่เหล่าซาน เขามีรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรง หน้าตาก็ดูดี
เดิมทีฉู่เหล่าซานเองก็ไม่มีเงินแต่งเมีย พอมีภรรยาที่ได้มาอย่างง่ายดายมาหาถึงที่ แน่นอนว่าเขาย่อมดีใจ แล้วพาร่างเดิมกลับหมู่บ้าน
วันรุ่งขึ้นทั้งคู่ก็เข้าพิธีไหว้ฟ้าดินและแต่งงานกัน
หลังแต่งงาน ทั้งสองรักใคร่กันดี เพียงแต่ความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นาน
“ท่านแม่ พวกเรากินได้หรือยัง?”
หนิวหนิวเห็นท่านแม่กำลังเหม่อ จึงเอื้อมมือแตะนางเบา ๆ อย่างระมัดระวัง
กู้เจียวได้สติ รีบตอบว่า “กินได้แล้ว คนละลูกนะ”
“ดีจัง มีหมั่นโถวกินแล้ว” เด็กหญิงยิ้มจนตาหยี ประคองหมั่นโถวขึ้นมากินทันที
“ท่านแม่กินเถิด”
ต้าหนิวหยิบหมั่นโถวลูกหนึ่งยื่นให้กู้เจียว นางลูบหัวเขาแล้วรับมา เด็กคนนี้เงียบขรึมที่สุด แต่ก็รู้จักกตัญญู ทุกครั้งที่มีของกินจะให้ร่างเดิมกินก่อนเสมอ
“ต้าหนิวเด็กดี พวกเจ้าก็กินด้วยสิ”
กู้เจียวสะอึกสะอื้นเล็กน้อย สวรรค์ยังเมตตาฉันมากทีเดียว มอบเด็กน้อยรู้ความให้ตั้งสามคน
ทั้งที่รู้ว่าร่างเดิมเป็นหัวขโมยประจำหมู่บ้าน เด็กทั้งสามกลับไม่เคยพูดอะไรเลย ตรงกันข้าม เด็กตัวแค่นี้ยังรู้จักขึ้นเขาไปขุดผักป่า เก็บผลไม้ป่า และไม่เคยขโมยของแม้แต่นิดเดียว
รู้ความจนน่าสงสาร
พอได้ยินท่านแม่เรียกเขาว่าต้าหนิวเด็กดี ต้าหนิวก็ชะงักไป ก่อนจะประคองหมั่นโถวขึ้นมากิน มุมปากมีรอยยิ้มที่กลั้นไว้ไม่อยู่
เด็กทั้งสามกินหมั่นโถวกันอย่างเอร็ดอร่อยเป็นพิเศษ กินคนละลูกก็อิ่มแล้ว
คงเป็นเพราะพวกเขากินไม่อิ่มมานาน กระเพาะเลยเล็กลง
กินหมั่นโถวเสร็จ ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวก็ไปยกน้ำมา แม่ลูกทั้งสี่ล้างหน้าล้างตากันง่าย ๆ แล้วเข้านอน
ที่บ้านไม่มีตะเกียงน้ำมัน พอฟ้ามืดก็ขึ้นเตียงนอน
ต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวนอนฝั่งหนึ่ง ส่วนกู้เจียวกับหนิวหนิวนอนอีกฝั่ง
กู้เจียวเพิ่งเอนตัวลง หนิวหนิวก็กอดคอนาง หลับตาลงอย่างพึงพอใจ ไม่นานก็หลับสนิท
ส่วนกู้เจียวได้ยินเสียงหายใจสม่ำเสมอของต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวแล้วก็ยังนอนไม่หลับ นางกำลังคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงสภาพความเป็นอยู่ในตอนนี้ให้เร็วที่สุดได้อย่างไร
ชีวิตช่างยากจนเหลือเกิน แทบไม่มีอะไรติดบ้าน แม้แต่หนูยังต้องหลั่งน้ำตาแล้วเดินจากไป
แต่ตอนนี้ฉันรับช่วงร่างนี้มาแล้ว ก็เป็นแม่ของเด็ก ๆ แล้ว ฉันต้องทำให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น และต้องส่งต้าหนิวกับเอ้อร์หนิวไปเรียนหนังสือด้วย
ลูกของฉันจะไม่รู้หนังสือได้อย่างไรกัน?
อย่างน้อยก็ต้องให้พวกเขาอ่านออกเขียนได้และเข้าใจเหตุผล ไม่ได้หวังให้เหมือนคนที่นี่ซึ่งมุ่งสอบเข้ารับราชการ แต่อย่างน้อยเมื่อโตขึ้น ไปอยู่ที่ไหนก็จะได้ไม่ถูกคนหลอก
อย่างแรกต้องมีข้าวกินทุกวัน ต่อมาก็ต้องแก้ปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัย ส่วนเรื่องเข้าเรียนยังเป็นเรื่องในอนาคต แต่ก็ต้องวางแผนไว้
ตอนนี้กระท่อมหลังนี้ยังพออาศัยได้ แต่พอถึงฤดูร้อน ลมฝนพัดมาที กระท่อมก็ปลิวหายไปได้ในไม่กี่อึดใจ ปีก่อนก็เคยถูกลมพัดไปแล้ว ยังดีที่ผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าแม่ลูกน่าสงสาร จึงเรียกคนมาช่วยกันมุงหลังคาฟาง
ฤดูหนาวก็ลำบากไม่แพ้กัน ที่นี่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นต้าเย่ คล้ายกับหัวเซี่ย ฤดูหนาวมีหิมะตกด้วย ถ้าหิมะตกหนัก กระท่อมก็พังลงมาได้
ดังนั้นไม่ว่าจะสร้างบ้านหรือซื้อบ้านก็เป็นเรื่องเร่งด่วนทั้งนั้น
ส่วนปัญหาเรื่องอาหาร ตอนนี้แก้ได้ไม่ยาก หมู่บ้านตระกูลฉู่มีเทือกเขาชิงซานทอดยาวอยู่เบื้องหลัง ภายในมีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ฉันกินยาเพิ่มพละกำลังเข้าไปแล้ว แถมยังมีแรงเยอะ จะให้ไปขโมยของเหมือนร่างเดิมก็ทำไม่ลง ฉันเข้าป่าล่าสัตว์ได้ ถ้าล่าหมูป่าหรือหมีดำได้สักตัว ก็จะมีทั้งอาหารและเงินไม่ใช่หรือ
