ยามเช้าตรู่ ภายในลานจวนเจ้าเมือง เสิ่นสวินกำลังนำทีมองครักษ์ฝึกสมรรถภาพร่างกาย
ระหว่างที่ทุกคนกำลังวิ่ง ม้าตัวหนึ่งก็พุ่งมาจากทางเข้าดินแดนอย่างรวดเร็ว คนบนหลังม้าเต็มไปด้วยฝุ่นโคลน เขาคือผู้ส่งสารที่โคลินส่งมา
ผู้ส่งสารนำของมาสองอย่าง ได้แก่ จดหมายหนาปึกประทับตราราชวงศ์หนึ่งฉบับ กับกล่องใบเล็กที่ห่อด้วยผ้าไหม
อีเว็ตต์รับจดหมายมาแกะอ่าน
เสิ่นสวินไม่ได้เข้าไปดูใกล้ ๆ แต่สีหน้าของอีเว็ตต์ที่เปลี่ยนไปทั้งหมดล้วนอยู่ในสายตาเธอ จากความคาดหวังในตอนแรก ค่อย ๆ กลายเป็นความผิดหวัง ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งในที่สุด
ดูท่าแล้ว น่าจะเป็นจดหมายจากเฮ่อซั่วลาที่หนึ่ง
ตอนนี้ ในจักรวรรดิ มีเพียงเฮ่อซั่วลาที่หนึ่งเท่านั้นที่ทำให้อีเว็ตต์เสียอาการได้ถึงเพียงนี้
เมื่ออีเว็ตต์พับจดหมายเก็บเรียบร้อยแล้ว เสิ่นสวินจึงเดินเข้าไปถามว่า “จดหมายจากพระบิดาของคุณเหรอ?”
อีเว็ตต์ก้มหน้า เงียบไปครู่ใหญ่กว่าจะเอ่ยปาก
ในจดหมาย เฮ่อซั่วลาที่หนึ่งเริ่มต้นด้วยการถามไถ่สุขภาพและความเป็นอยู่ของลูกสาวตามธรรมเนียม จากนั้นก็ใช้ข้อความยืดยาวแสดงความไม่พอใจ บอกว่ามีข่าวลือแพร่ไปทั่ววังว่าเธอไม่ทำงานทำการอยู่ในดินแดน เอาแต่จับดาบจับกระบอง คลุกคลีกับชาวบ้านและองครักษ์ จนทำให้เสียเกียรติขององค์หญิงแห่งราชวงศ์
สิ่งที่ทำให้เฮ่อซั่วลาที่หนึ่งกริ้วยิ่งกว่าคือ อีเว็ตต์ยกย่องคนต่างถิ่นหลายคนเป็นแขกคนสำคัญ ทั้งยังเชื่อฟังพวกเธอทุกอย่าง การปกครองดินแดนก็พึ่งพาความเห็นของพวกเธออย่างสิ้นเชิง
ช่วงท้ายจดหมาย เฮ่อซั่วลาที่หนึ่งใช้ถ้อยคำแทบจะเป็นคำสั่ง บอกให้เธอสงบจิตใจ กลับไปทำหน้าที่ของตนให้ถูกต้อง พร้อมบอกเป็นนัยว่าเริ่มมองหาคู่หมายที่เหมาะสมเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ให้แล้ว
ส่วนกล่องที่ห่อด้วยผ้าไหมนั้น ข้างในมีสร้อยคอประดับไพลินเส้นหนึ่ง งานประณีตและมีราคาสูง