เสิ่นสวินสังเกตจังหวะการหายใจของนกบินล้อม ช่วงอกและท้องขยับขึ้นลงถี่และสั้น
เธอเปิดแผงระบบ ส่งข้อความหาผู้หวยอัน รายงานสถานการณ์ฝ่ายเธออย่างรวดเร็ว
ผู้หวยอันรีบหาหมอสัตว์มาให้ สั่งให้หมอสัตว์แนะนำการใช้ยาผ่านทางไกลกับเสิ่นสวิน
พูดถึงหมอสัตว์คนนี้ เดิมทีเป็นหน้าที่ของเจียงอิ่งเสวี่ยที่ทำอยู่
แต่สัตว์ในค่ายเยอะเกินไป และเสิ่นสวินกลับออกไปแต่ละครั้งยังชอบพาสัตว์ประหลาดๆ กลับมาอีก ทางประเทศเลยจัดสรรหมอสัตว์มาให้โดยเฉพาะหลายคน
คำพูดเดิมคือ สหายเจียงอิ่งเสวี่ยเป็นแพทย์ที่เก่งมาก ปล่อยให้ทำหน้าที่หมอสัตว์ตลอดไม่ได้
แต่เจียงอิ่งเสวี่ยไม่คิดแบบนั้น เธอคิดว่ามนุษย์ก็เป็นสัตว์ตระกูลลิง ดั่งนั้นคนกับสัตว์ก็ไม่ต่างกัน
ยิ่งกว่านั้นเธอยังเป็นหมอทหาร การรักษาโรคไม่ต้องแยกให้ชัดเจนขนาดนั้น
ไม่พูดก็ไม่เป็นไร พอพูดแบบนี้เข้า ผู้หวยอันรีบรายงานข้ามคืนขอให้จัดหาหมอสัตว์มา
ฝีมือแพทย์ของเจียงอิ่งเสวี่ยไม่มีที่ติจริงๆ แต่ลงมือไม่รู้จักเบามือ
ที่สำคัญคือเจ็บน่ะสิ
กลับมาพูดเรื่องเดิม ขนาดตัวนกบินล้อมใหญ่ขนาดนี้ ยาเม็ดเดียวแทบไม่มีผล ต้องเพิ่มปริมาณยาเป็นเท่าตัว
เสิ่นสวินหยิบยาฆ่าเชื้อออกมาเป็นถุงใหญ่ สั่งให้คนทั้งหมดแกะออกมา ละลายกับน้ำ ป้อนให้นกบินล้อมตัวเต็มวัยกินลงไป
ป้อนยาไปได้ไม่นาน ก็มีเสียงแหลมเสียดอากาศมาจากด้านบนท้องฟ้า
