เฮ่จื้ออวี่ได้ยินคำพูดจากด้านนอกเช่นกัน
สิ่งที่เขารู้มีมากกว่านั้นเสียอีก หลังเจิ้นหลินไปต่างประเทศ ไม่เพียงขาหัก แต่ยังถูกกรอกยา จนได้ลิ้มรสการถูกคนย่ำยีด้วยตัวเอง ตอนนี้กำลังโวยวายแทบเป็นแทบตาย
เรื่องที่เจิ้นหลินถูกเตะเป็นฝีมือเขา ส่วนเรื่องที่เหลือเป็นฝีมือของลูกพี่ลูกน้อง
ปกติลูกพี่ลูกน้องดูเป็นคนอารมณ์เย็น ทว่าที่จริงใจแข็งยิ่งกว่าใคร หากไปล่วงเกินเข้า ต่อให้เป็นน้องชายแท้ ๆ ก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างเป็นสุข
เฮ่จื้ออวี่เคารพลูกพี่ลูกน้องมาก และมองเขาเป็นแบบอย่าง
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะกลัว
ถ้าไม่เตรียมใจไว้แต่แรก แล้วเขาจะกล้ามาพูดเรื่องนี้กับซูเวย์ได้อย่างไร?
“ได้”
เฮ่จื้ออวี่เลือดร้อนขึ้นมา จึงตอบตกลงทันที
ซูเวย์ยิ้มอย่างพอใจ ทันใดนั้นด้านนอกก็มีเสียงเคลื่อนไหวอีกครั้ง เฮ่จิ่งเฉียนกลับมาแล้ว ซูเวย์รีบส่งสายตาให้เฮ่จื้ออวี่ หลบซ่อนตัวเสีย
เฮ่จื้ออวี่เม้มปาก แม้จะไม่เต็มใจ แต่ก็ถูกซูเวย์ดันไปหลบหลังม่าน
“ซ่อนให้ดี อย่าส่งเสียงนะ”
เขาเพิ่งซ่อนตัวเรียบร้อย เฮ่จิ่งเฉียนก็กลับเข้ามา
ซูเวย์เดินเข้าไปหา ชายกระโปรงที่พลิ้วไหวช่วยบังม่านซึ่งสั่นไหวเล็กน้อยไว้ “เป็นยังไงบ้าง เจอไหมว่าเป็นใคร?”
