ซูเวย์แทบจะทนไม่ไหวแล้ว เธอรู้แค่ว่านี่เป็นมื้อใหญ่ แต่ไม่คิดเลยว่าอาหารจะหนักหนาขนาดนี้
ชอบกินเนื้อก็ไม่ได้หมายความว่าจะกินกันแบบนี้นี่นา
ใต้กายเธอมีรูปถ่ายกระจัดกระจายอยู่
ซูเวย์ร้องไห้อย่างน่าสงสาร สะอื้นพลางอ้อนวอน “ขอโทษ ฉันรู้แล้วว่าผิด รู้จริง ๆ แล้ว ให้โอกาสฉันอีกสักครั้งนะ ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแน่นอน ยกโทษให้ฉันเถอะ พี่จิ่งเฉียน...”
แต่ไม่ว่าซูเวย์จะขอโทษอย่างไร เฮ่จิ่งเฉียนก็ไม่หวั่นไหว
ซูเวย์โมโหจนกัดไหล่เฮ่จิ่งเฉียนเข้าเต็มแรง ทั้งแรงกัดยังเจือความไม่ยอมแพ้อยู่ด้วย
“ทำไมถึงโทษฉันคนเดียวล่ะ มีแค่ฉันคนเดียวที่ผิดหรือไง คุณจะเข้าข้างเฮ่จื้ออวี่เพียงเพราะเขาเป็นน้องชายคุณไม่ได้นะ ไม่ยุติธรรมเลย”
ซูเวย์ไม่สน อย่างไรตอนนี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าเฮ่จื้ออวี่เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าเฮ่จิ่งเฉียนไม่พูด ใครจะรู้ว่าเขาเป็นคนจับเฮ่จื้ออวี่ไป
ซูเวย์ทำท่าราวกับไม่ยอมให้ตัวเองต้องรับโทษอยู่ฝ่ายเดียว ยืนกรานจะลากเฮ่จื้ออวี่ลงมาเกี่ยวข้องด้วยให้ได้
ทว่าในสายตาของเฮ่จิ่งเฉียน ชื่อนี้กลายเป็นคำต้องห้ามไปแล้ว
เฮ่จิ่งเฉียนไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วตอนถูกกัดที่ไหล่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น แววตากลับมืดลง คิ้วเข้มกดต่ำ เผยความดุดันออกมาหลายส่วน
เขาไม่อยากได้ยินชื่อนี้จากปากซูเวย์
เขาตบก้นซูเวย์อย่างไม่ปรานี ก่อนสั่งเสียงเย็นชา “เงียบซะ”
เย็นชาราวกับความรู้สึกที่เคยมีต่อกันก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริง
“ทำไมล่ะ?” ซูเวย์เองก็มีอารมณ์เหมือนกัน “ที่ฉันพูดไม่ใช่ความจริงหรือไง ฉันจะพูด ฉันจะพูด คุณจะอ้างว่าเฮ่จื้ออวี่เป็นน้องชายแล้ว...”
ปากของซูเวย์ถูกปิด เสียงของเธอจึงถูกกลืนหายไปด้วย
