เผยยหวี่ยังเรียนหนังสืออยู่ จึงยังมีความไร้เดียงสาและบุ่มบ่ามแบบนักเรียนติดตัว แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีสมอง ดูจากการแต่งตัวของเฮ่จิ่งเฉียนกับบรรยากาศกดดันที่แผ่ออกมา ก็เดาได้ไม่ยากว่าอีกฝ่ายมีฐานะไม่ธรรมดา
แต่เขาไม่อยากยอมด้อยกว่าผู้ชายคนอื่นต่อหน้าซูเวย์
เผยยหวี่เชิดอกขึ้นเล็กน้อย จ้องเฮ่จิ่งเฉียนเขม็ง ก่อนจะปลอบซูเวย์ว่า “พี่สาว ไม่ต้องกลัวนะ ตอนนี้เป็นสังคมที่มีกฎหมายคุ้มครอง ถ้าเขากล้าทำอะไรพี่ ผมจะแจ้งตำรวจ”
เฮ่จิ่งเฉียนหัวเราะเบา ๆ
ความไร้เดียงสาของอีกฝ่ายช่างน่าขัน
“เว่ยเว่ย” เขามองซูเวย์ รอยยิ้มยังหลงเหลือในแววตา น้ำเสียงสงบอย่างยิ่ง ทว่าฝ่ามือกลับค่อย ๆ กดกระชับไหล่เธอ แฝงคำขู่จาง ๆ “บอกเขาสิว่าฉันเป็นใคร”
ซูเวย์หดตัวเล็กน้อย สายตาเหลือบไปด้านข้าง
ตอนนี้ยังเป็นเวลากลางวัน คนที่พักอาศัยอยู่แถวนี้ส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ ทางเข้าโครงการเงียบเหงาแทบไม่มีคนเดินผ่าน ส่วนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็คล้ายได้รับคำสั่งอะไรมา จึงเอาแต่เฝ้าอยู่ในป้อม ไม่ยอมออกไปไหน
ไม่มีใครช่วยพวกเขาได้
เห็นเธอไม่พูด เฮ่จิ่งเฉียนก็ถามต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน “ได้ยินว่าถ่ายละครเรื่องนั้นเสร็จแล้วหรือ?”
ซูเวย์เม้มปาก เฮ่จิ่งเฉียนใส่ใจเธอขนาดนี้ จะไม่รู้ได้อย่างไรว่าฉากของเธอยังเหลืออีกหลายฉากที่ยังไม่ได้ถ่าย ช่วงสองวันนี้ถ่ายแต่ฉากของพระเอกกับนางเอก ผู้กำกับจึงให้เธอหยุดพักสองวัน พอกลับไปถ่ายฉากสุดท้ายเสร็จก็จะปิดกล้องได้เรียบร้อย
