ก่อนที่เหอหยุนจะถูกรับกลับมาตระกูลซู เธอมีเสื้อผ้าอยู่เพียงสองชุด สลับกันใส่ไปมา หลังกลับมาตระกูลซู ซ่งหวานหวนก็ให้คนจัดหาเสื้อผ้ามาให้เธอจำนวนหนึ่ง
เดิมทีเธอคิดว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นมีมากพอแล้ว แต่พอเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวของซูเวย์ เธอถึงได้รู้ว่าชีวิตราวกับองค์หญิงเป็นอย่างไร
เสื้อผ้าต่างฤดูกาล ต่างความยาว ต่างรูปแบบ ถูกแยกหมวดหมู่ไว้ในตู้คนละใบ ทั้งเครื่องประดับเพชรพลอย รองเท้าและกระเป๋า มีมากจนชวนให้ตาลาย
“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ” เหอหยุนอดอุทานด้วยความทึ่งไม่ได้
ซูเวย์ยิ้มตาหยี “แม่บอกว่าเสื้อผ้าของผู้หญิงยิ่งมีเยอะยิ่งดี ฉันลองดูก่อนนะว่าจะหาอะไรให้คุณใส่ดี...”
ซูเวย์ตั้งใจเลือกเสื้อผ้า
เมื่อมองท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราวของเธอ เหอหยุนก็พลันรู้สึกอิจฉาขึ้นมา หากคนที่ได้ใช้ชีวิตราวกับองค์หญิงมาตลอดสิบแปดปีเป็นเธอ เธอก็คงเป็นคนอ่อนโยน ใจดี และเป็นที่ชื่นชอบเหมือนซูเวย์ได้
“ชุดผ้าไหมตัวนี้เป็นยังไง”
ซูเวย์หยิบชุดกระโปรงออกงานสีแชมเปญตัวหนึ่งมาแนบกับตัวเหอหยุนเพื่อเทียบดู
ดวงตาของเหอหยุนเป็นประกาย เธอไม่เคยใส่กระโปรงสวยขนาดนี้มาก่อน
ใครจะคิดว่าซูเวย์จะส่ายหน้าในเวลาต่อมา “คุณผิวคล้ำเกินไป สีนี้ไม่เหมาะกับคุณ”
ซูเวย์ยกข้อมือของเธอขึ้นมาบีบเบา ๆ “ผิวหยาบไปหน่อย เดี๋ยวจะทำเสื้อผ้าเป็นรอย”
“แถมยังผอมเกินไปด้วย อาจใส่แล้วไม่สวย”
ขณะพูด เธอกวาดตามองหน้าอกของเหอหยุน ก่อนจะจิ๊ปากพลางส่ายหน้า
ร่างของเหอหยุนแข็งทื่อไป
ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าพูดจาตรงเกินไป ซูเวย์ก็ร้องอุทานขึ้นมา “เขินอายจัง ฉันไม่ได้หมายความเป็นอย่างอื่นนะ น้องเสี่ยวหยุนคงไม่ถือสาหรอกใช่ไหม”
