จ้าวชุนหนีเคยเล่าให้ฉินเป่าเอ๋อร์ฟัง
แม้ในวันนั้นฉินพันตี้จะฉวยโอกาสหนีไปได้ แต่นางพลั้งมือทำปิ่นหลุดร่วงระหว่างต่อสู้กับหนิวเถี่ยเสา และหนิวเถี่ยเสาก็เก็บได้พอดี
หลังจากนั้นหนิวเถี่ยเสายังเที่ยวถามผู้คนไปทั่ว ว่ามีใครรู้บ้างว่าปิ่นนั้นเป็นของใคร
ตอนแรกจ้าวชุนหนีเคยถามฉินเป่าเอ๋อร์ว่า จะให้แอบส่งข่าวเรื่องปิ่นเป็นของฉินพันตี้ไปให้หนิวเถี่ยเสารู้ดีหรือไม่
ฉินเป่าเอ๋อร์ใคร่ครวญแล้วบอกนางให้รออีกสักหน่อย ค่อยว่ากันตามสถานการณ์ภายหลัง
และบัดนี้ ก็ถึงเวลาแล้ว
บ้านเดิมของจ้าวชุนหนีอยู่ที่หมู่บ้านลั่วสือซึ่งอยู่ติดกัน
จินสี่เหมยกับจ้าวชุนหนีมีมารดาเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ก่อนแต่งงานก็สนิทสนมกันดี
ภายหลังแม้มารดาของสี่เหมยจะแต่งออกไปอยู่หมู่บ้านพัวตง แต่จินสี่เหมยกลับถูกเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านตายายในหมู่บ้านลั่วสือมาตั้งแต่เล็ก
นางอายุรุ่นราวคราวเดียวกับจ้าวชุนหนี ทั้งคู่เติบโตมาด้วยกัน
เรียกได้ว่าเป็นทั้งญาติลูกพี่ลูกน้องและเพื่อนสนิท สนิทสนมกันเหมือนกับฉินเป่าเอ๋อร์กับฟางเฉี่ยวเฉี่ยว
ต่อมาจินสี่เหมยกลับมาหมู่บ้านพัวตง และแต่งงานอยู่ในหมู่บ้านพัวตง
เดิมคิดว่ารอให้จ้าวชุนหนีแต่งงานแล้ว ทั้งคู่จะได้พบหน้ากันอีกก็ไม่ง่ายนัก
คิดไม่ถึงว่าจ้าวชุนหนีจะแต่งเข้ามาอยู่หมู่บ้านพัวตงเช่นกัน
เรื่องนี้ทำให้จินสี่เหมยดีใจยิ่งนัก ทั้งสองจึงได้พบปะกันเป็นประจำ
คราก่อนจ้าวชุนหนีอยู่ไฟหลังคลอด ได้รับจดหมายของฉินเป่าเอ๋อร์
นางเองไม่สะดวกออกไปไหน จึงให้จินสี่เหมยไปกระซิบ 'เตือน' อย่างเงียบๆ จึงทำให้ฉินพันตี้ถูกหนิวเถี่ยเสาจับได้คาหนังคาเขา
