ในเวลาเดียวกัน ก็มีเสียง 'แกร๊ก' ดังขึ้น
ผู้คนพากันมองตามเสียงไป
ที่แท้ก็คือหลี่ซิ่วอิง ไม่ทราบเหตุใดก็ลุกขึ้นยืนกะทันหัน และไม่ระมัดระวังไปชนถ้วยบนโต๊ะล้มจนตกพื้น แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
นางมองเซียวเหิง ในดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
สามีของฉินเป่าเอ๋อร์จะเป็นพี่เฉิงได้อย่างไรกัน!
ฉินเป่าเอ๋อร์ย่อมเห็นสีหน้าของหลี่ซิ่วอิงเช่นกัน
นางจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ คราวก่อนที่กลับจากบ้านน้าชาย ก็ประจวบเหมาะเจอหลี่ซิ่วอิง
ตอนนั้นนางวิ่งตามหลังเซียวเฉิง ปากก็พร่ำเรียกพี่เฉิงไม่หยุด เห็นได้ชัดว่ามีใจให้เขา
จู่ ๆ ฉินเป่าเอ๋อร์ก็รู้สึกปวดหัว
นางลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทได้อย่างไร!
ดูจากที่รู้จักนิสัยของหลี่ซิ่วอิง นางต้องเคียดแค้นชิงชังนางเป็นแน่
หลังจากนี้ก็คงจะหาเรื่องสร้างความวุ่นวายให้นางไม่ขาด
ฉินเป่าเอ๋อร์รังเกียจความวุ่นวายที่สุด
ไช่กุ้ยเฟินกำลังดูหลี่ชุ่ยฮวาขายหน้าอย่างสนุกสนาน
คาดไม่ถึงว่าจะถึงตานางเองรวดเร็วเพียงนี้
นางยื่นมือไปกระชากหลี่ซิ่วอิงอย่างแรง ให้อีกฝ่ายกลับมานั่งลงดังเดิม
“จู่ ๆ เจ้าลุกขึ้นมาทำไมกัน?! ยังจะลุกลี้ลุกลนอีก เจตนาจะให้คนอื่นเห็นเป็นเรื่องขบขันอย่างนั้นรึ!” ไช่กุ้ยเฟินเอ็ดหลี่ซิ่วอิงด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง
หากหลี่ชุ่ยฮวาจะหาเรื่องนางเพราะถ้วยแตก ๆ ใบเดียว นางคงโมโหจนกระอักเลือด
แต่ยังดีที่ยามนี้หลี่ชุ่ยฮวาไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งทะเลาะกับนางเพราะเรื่องแค่นี้
กลับเป็นฉินเหล่าซานที่เดินมาเกลี้ยกล่อม “ก็แค่ถ้วยแตกใบเดียว จะเป็นเรื่องใหญ่เสียที่ไหนเล่า พี่สะใภ้อย่าได้ดุด่าเด็กเลย!”
