ขบวนผู้ติดตามใหญ่โตเกินไปนัก ฉินเป่าเอ๋อร์และคณะใช้เวลาเดินทางกลับนครหลวงมากกว่าครั้งก่อนถึงสองเท่า
แต่อย่างไรก็ตาม รถม้าหรูหราอันโอ่อ่าบวกกับเดินทางเชื่องช้า ครั้งนี้ฉินเป่าเอ๋อร์กลับไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนหนก่อน
เมื่อทราบว่าขบวนสมรสเชื่อมสัมพันธ์จากซีฉี่ใกล้ถึงนครหลวงแล้ว เซียวฟานจึงส่งเสนามารอรับที่ประตูเมืองแต่เช้า
หัวหน้าขุนนางผู้นั้นคือหานจัว ราชเลขากรมพิธีการ
ฉินเป่าเอ๋อร์แหวกม่านหน้าต่างรถม้าขึ้น ก็เห็นเขาแต่ไกล
นางอดไม่ได้ที่จะกระตุกแขนเสื้อมู่หรงเซียง “ท่านอา ท่านดูเร็วเข้า นั่นพี่ใหญ่ของท่าน!”
มู่หรงเซียงย่อมรู้อยู่ก่อนแล้วว่าหานจัวจะมาคอยรับที่ประตูเมือง
แต่ในยามนี้ฐานะต่างกัน นางไม่อาจเอ่ยทักทายหานจัวอย่างเปิดเผยได้
สองพี่น้องได้แต่สบตากันผ่านหน้าต่างรถม้าอย่างเงียบ ๆ
ส่วนฉินเป่าเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างมู่หรงเซียง หานจัวเพียงชำเลืองมองครั้งหนึ่ง ไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ
ฉินเป่าเอ๋อร์ : ……
นางตัวโตเบ้อเริ่มถึงเพียงนี้ ท่านพี่ใหญ่กลับเมินเฉย??
“ท่านอา เหตุใดพี่ใหญ่จึงทำเหมือนไม่เคยเห็นข้ามาก่อน?”
ทั้งสองพบหน้ากันที่จวนสกุลหานหลายครั้งแล้ว พี่ใหญ่ยังเคยมอบของขวัญให้นางด้วย
ฉินเป่าเอ๋อร์ไม่มีทางเชื่อว่าหานจัวผู้เป็นราชเลขากรมพิธีการจะมีความจำเลวร้ายถึงเพียงนี้
มู่หรงเซียงสำรวจนางด้วยสายตาขบขัน ก่อนเอ่ยเย้า “เป่าเอ๋อร์ มิพักเอ่ยถึงพี่ใหญ่ของเจ้าเลย ต่อให้ยามนี้เซียวเหิงยืนอยู่ตรงนี้ เกรงว่าก็มิอาจจำเจ้าได้!”
ยามนี้ฉินเป่าเอ๋อร์สวมอาภรณ์คุณหนูแห่งซีฉี่ แต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางงามวิจิตร ผิดแผกจากยามปกติที่นางหาสิ่งใดประทินผิวเลย
ครั้นนางปรากฏตัวด้วยภาพลักษณ์นี้ต่อหน้าผู้คนเป็นคราแรก ก็ทำให้ทุกคนตะลึงงันไปตาม ๆ กัน
