ฉินพันตี้ตามฟางอี้เซวียนทัน
“ท่านพี่อี้เซวียน”
นางถูกหนิวเถี่ยเสาทุบตีอย่างค่อนข้างหนัก ท่าทางอเนจอนาถและน่าเวทนา แม้แต่น้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ยก็ยังแฝงไว้ด้วยเสียงสะอื้น
กลับไม่มีท่าทีดุดันดังเช่นเมื่อครู่นี้
ฉินพันตี้สะอื้นอยู่หลายครั้ง แล้วจึงเอ่ยปากว่า “ท่านพี่อี้เซวียน อันที่จริงข้าเองก็มิได้คิดทำเช่นนี้ แต่บ้านเราสองหลังอยู่ใกล้กันถึงเพียงนี้ ท่านก็นับว่าเห็นข้าเติบโตมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย แม่ข้าเป็นคนเช่นไร ท่านก็ใช่จะไม่รู้
หากข้ามิทำเช่นนี้ ท้ายที่สุดก็จะไม่ได้สิ่งใดเลย อีกทั้งยังมิอาจได้เปรียบ ข้าจักต้องคิดถึงอนาคตของตนเอง ท่านว่าถูกต้องหรือไม่”
ฟางอี้เซวียนมิได้ปริปาก
สำหรับผู้คนเช่นหลี่ชุ่ยฮวากับฉินพันตี้ เขาย่อมหลีกหนีให้ห่างไกล
เพราะฉินเป่าเอ๋อร์ ฟางอี้เซวียนจึงพลอยเอ็นดูคนในครอบครัวของนางเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน
เพียงแต่ว่า เรื่องนี้เขาเองก็มิอาจเข้าไปก้าวก่ายได้
ฟางอี้เซวียนกล่าวว่า “นี่ก็เป็นกิจภายในบ้านของพวกเจ้า ข้าจึงไม่สมควรกล่าวอันใดมากไป เมื่อเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเจ้าก็จงใช้ชีวิตของตนไปตามทางของแต่ละคนเถิด”
ฉินพันตี้พยักหน้า “ข้าเองก็คิดเช่นนี้ โบราณว่าไว้ ธิดาเมื่อแต่งงานแล้วก็ดั่งน้ำที่สาดออกไป ต่อให้มิได้ตัดขาดทางสายโลหิต ครอบครัวนี้ก็หาได้เกี่ยวเนื่องอันใดกับข้าอีกไม่
เพียงแต่ ท่านพี่อี้เซวียน ท่านเองก็รู้เรื่องครอบครัวฝ่ายสามีข้า บัดนี้ชีวิตข้าก็มิได้รื่นรมย์”
ฉินพันตี้กล่าวพลางสะอื้นหลายครา
“ข้าก็ชะตาลำเค็ญ เดิมทีควรเป็นเป่าเอ๋อร์ที่แต่งเข้าตระกูลหวัง แต่นางบอกว่าไม่ประสงค์จะแต่ง ข้าทั้งมิอยากเห็นน้องสาวของตนไม่มีความสุข ทั้งมิอยากให้บิดามารดาบาดหมางกับตระกูลหวัง จึงได้ออกหน้าแต่โดยดี เพื่อแต่งแทนเป่าเอ๋อร์ ใครจะรู้ โฮ...”
