ฉินพันตี้กล่าวจบ ก็หันไปมองหลี่ชุ่ยฮวาทันที
แววตาเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม
“หลี่ชุ่ยฮวา เจ้าคิดว่ามีเพียงเจ้าที่อยากตัดญาติกับข้าหรือ? หึ ข้าอยากตัดญาติกับเจ้า กับครอบครัวพรรค์นี้ตั้งนานแล้ว!
เจ้าเห็นบุตรชายสำคัญกว่าบุตรี ลำเอียงเข้าข้างฉินเป่าฝูฉินเป่าลู่ ของดีของอร่อยของแพรพรรณ สิ่งใดไม่ใช่เศษเหลือของพวกนั้นถึงจะมาตกแก่ข้า?
เจ้าทำกับข้าเยี่ยงสาวใช้ไร้ค่าตัวหนึ่งมาโดยตลอด เจ้าคิดว่าตนเองเป็นแม่ดีวิเศษอย่างไร?
ยังมีหน้าจะมาวางท่าเป็นมารดากับข้าอีก หากเลือกได้ ข้าไม่มีทางเกิดมาจุติในครรภ์ของคนเช่นเจ้าแน่!”
ได้ยินวาจานี้ หลี่ชุ่ยฮวายกมือชี้ไปทางฉินพันตี้ รู้สึกเพียงสมองปวดหนึบเป็นระลอก
“เจ้า!”
ไอ้ฉินพันตี้ตัวดี นึกไม่ถึงว่าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้ ถึงกับกล้าพูดกับนางเช่นนี้!
หรือว่าที่นางแสดงออกมาตลอดหลายปีนี้ ล้วนเสแสร้งกันหมด?!
เปลวโทสะพลุ่งขึ้นจากก้นบึ้งหัวใจ
หลี่ชุ่ยฮวาเส้นเลือดบนขมับปูดโปน ดวงตาจ้องเขม็งไปที่ฉินพันตี้
ประหนึ่งว่าในพริบตาถัดไปจะกระโจนเข้าใส่ขบกัดนาง
ฉินพันตี้เห็นดังนั้นก็หลบไปหลังฟางอี้เซวียนอีก
นางไม่เชื่อว่า ต่อหน้าฟางอี้เซวียนแล้ว หลี่ชุ่ยฮวาจะยังกล้าลงมือ!
“ก็แค่ตัดญาติขาดกัน ข้าไม่ขัดข้อง แต่เจ้าต้องรับปากเงื่อนไขหนึ่งของข้า!”
หลี่ชุ่ยฮวาข่มโทสะไว้อย่างสุดกำลัง
“มีเรื่องอันใดก็รีบพูดมา!”
“ในเมื่อเจ้าจะตัดญาติกับข้า เช่นนั้นฉินพันตี้ผู้นี้ก็มิใช่บุตรีของเจ้า เจ้าควรจะคืนสินสอดเป็นเงินสิบตำลึงที่สกุลหวังให้ไว้ตอนนั้นแก่ข้าไม่ใช่หรือ?
