เซวียหยางไม่เข้าใจ “อะไรนะ?”
จิ้งจอกสูดจมูกฟุดฟิด “ไม่มีอะไร”
เซวียเหวินเดินเข้ามา “หยางหยาง ลูกไปเรียนก่อนนะ แม่จะไปพบอาจารย์เจียงสักหน่อย”
เธอชะโงกมองไปทางเจียงเสี่ยวสุ่ย จิ้งจอกน้อยกระโดดพรวดขึ้นไปบนไหล่เซวียเหวิน หางตวัดบังสายตาเธอไว้พอดี
พอเธอมองไปอีกครั้ง เจียงเสี่ยวสุ่ยก็จากไปแล้ว
วิลเลียมเปิดประตูรถ จู่ ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่ก้น ก่อนพบว่าขากางเกงเปียกโชกจากสายยางรดน้ำในแปลงดอกไม้
“ชุดสั่งตัดของฉัน!” เขาบีบจมูกแล้วดมฟุดฟิด “ให้ตายสิ ทำไมกลิ่นเหม็นฉี่แบบนี้”
เจียงเสี่ยวสุ่ยก้าวเข้าไปในรถ ก่อนจะยกมือปิดจมูกแล้วถอยออกมา
วิลเลียมกระอักกระอ่วนจนไม่รู้จะอธิบายอย่างไร “เอ่อ… ทำไมสายน้ำประปาถึงมีกลิ่นฉี่ล่ะ”
เจียงเสี่ยวสุ่ยเห็นใจเขาอยู่บ้าง “เป็นฉี่จิ้งจอก ต้องใช้เวลาหลายวันกว่ากลิ่นจะจางนะ”
วิลเลียมตาค้าง ในเมืองใหญ่แบบนี้จะมีจิ้งจอกมาจากไหนกัน?
เจียงเสี่ยวสุ่ยบอก “รีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ ฉันจะไปเดินเล่นเอง แล้วเจอกัน”
เธอไม่อยากให้กลิ่นสาบจิ้งจอกติดตัว แถมยังต้องตามจีบฟู่หมิงหยวน ต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้หน่อย
วิลเลียมแทบร้องไห้ โอกาสดี ๆ ที่นานทีจะมี กลับพลาดไปอีกแล้ว
……
ในโรงพยาบาล
ฟู่หมิงหยวนลุกจากเตียง กำลังสวมเสื้อคลุมอยู่ ส่วนคุณหมอต่งมองข้อมูลผลตรวจของเขาด้วยความตกตะลึงอย่างยิ่ง
“นี่มันปาฏิหาริย์ชัด ๆ” คุณหมอต่งกล่าว “ค่าต่าง ๆ ใกล้เคียงระดับปกติแล้ว อาการบวมน้ำในสมองแทบหายไปหมด”
ฟู่หมิงหยวนถาม “หมายความว่าผมจะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าสามเดือนใช่ไหม”
“ใช่ครับ”
