“พูดจาเหลวไหล! ตอนนี้เหยียนเหยียนปกติดีจะตาย!”
หวังเผิงเฟยกล่าวว่า “คุณไม่รู้หรอก ตอนเธอเจอพวกคุณ อาการของเธอคงที่ทุกครั้ง ตั้งแต่ลูกไม่อยู่เมื่อสองปีก่อน เธอก็ป่วย เวลาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ก็มักทำร้ายตัวเอง ผมกำลังช่วยเธออยู่”
เหอเจียอินมองท่าทางทำเป็นคนดีมีคุณธรรมของเขา แล้วโกรธจนตัวสั่นไปหมด
หวังเผิงเฟยดึงชายชราที่อยู่ด้านหลังเข้ามา “พ่อครับ เหยียนเหยียนรอผ่าตัดอยู่ข้างใน แต่สองคนนี้ขวางไม่ให้ผ่าตัด แถมยังก่อเรื่องที่นี่ ถ้าทำให้การรักษาล่าช้า ชีวิตเหยียนเหยียนคงไม่เหลือแล้ว”
ชายชราเดินโซเซ ก่อนหน้านี้ตอนโยวเหวินหลงกับเหอเจียอินวิ่งมา เขาเดินตามไม่ทันเพราะขาไม่ค่อยดี จึงถูกลูกเขยพามาที่นี่กลางทาง
เขางุนงงไปหมด พอวิ่งมาถึงก็ได้ยินเพียงประโยคว่า “เหยียนเหยียนกำลังผ่าตัดอยู่ข้างใน”
เขาร้อนใจจนเอ่ยว่า “เหยียนเหยียนเป็นอะไรไป อย่าขวางหมอที่กำลังช่วยคน รีบช่วยเหยียนเหยียนเร็ว!”
เหอเจียอินร้อนใจจนกระทืบเท้า โยนกระเป๋าทิ้ง แล้วพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าตัวหวังเผิงเฟย “หวังเผิงเฟย ไอ้สารเลว ฉันสู้กับแกให้ตายไปข้าง!”
“จับเธอไว้!”
“ใครกล้าก็ลองดู!” โยวเหวินหลงกำโทรศัพท์แน่น “ท่านผู้อำนวยการ ผมพูดตรง ๆ เลยนะ ตอนนี้ผมกำลังถ่ายทอดสด ในห้องถ่ายทอดสดมีคนดูอยู่สี่ล้านคนแล้ว จำนวนยังเพิ่มขึ้นด้วยความเร็วหนึ่งล้านคนต่อนาที คุณคงรู้ว่าถ้าเรื่องนี้บานปลายจะเกิดอะไรขึ้น”
เขาเป็นอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังระดับประเทศ แม้ผู้อำนวยการจะไม่ค่อยดูถ่ายทอดสด แต่พอเห็นหน้าเขาก็รู้สึกคุ้นตา
