“ฉันทำได้ ฉันพิสูจน์ได้ว่าเหยียนเหยียนไม่เป็นไร เธอไม่ได้ป่วยเลย”
แพทย์ขมวดคิ้ว “คุณเกี่ยวข้องอะไรกับคนไข้?”
“เราโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เป็นเพื่อนสนิทกันที่สุด เรื่องของเธอฉันรู้หมด ฉันรับรองให้เธอได้ เธอไม่ได้ป่วยทางจิต” เหอเจียอินร้อนใจ
แพทย์ส่ายหน้า “เป็นเพื่อนไม่ได้ ต้องเป็นญาติสายตรงหรือคู่สมรสเท่านั้น”
“แต่สามีของเธอมันสารเลว เธอถูกใส่ร้าย เธอไม่ได้ป่วยเลย!”
แพทย์กล่าว “เธอมีประวัติการรักษา อีกทั้งญาติให้ข้อมูลตามข้อเท็จจริง เพียงพอที่จะยืนยันอาการป่วยของเธอแล้ว คุณรับผิดชอบเธอไม่ได้ ผมฟังคุณไม่ได้ ถ้าปล่อยเธอออกไปแล้วทำร้ายคนอื่นจะทำยังไง?”
“ทำไมฉันจะรับผิดชอบไม่ได้ ถ้าเธอทำร้ายใคร ฉันรับผิดชอบเอง!” เหอเจียอินพูดอย่างเดือดดาล
โยวเหวินหลงกดมือเธอไว้ ส่งสัญญาณไม่ให้เธอโมโห
เวลาแบบนี้โมโหไปก็ไม่มีประโยชน์
เขาพูดว่า “แบบนี้ได้ไหมครับ พวกเราสงสัยในอาการป่วยของจางเหยียน จึงขอให้โรงพยาบาลระงับการผ่าตัดรักษาไว้ก่อน รอพวกเราติดต่อสามีของเธอเพื่อพูดคุยแล้วค่อยตัดสินใจ”
แพทย์ตอบอย่างสุภาพ “การผ่าตัดของเธออยู่ในความดูแลของหัวหน้าแผนก ในระบบขึ้นว่านัดไว้แล้ว ผมโทรไปถามดูก่อน”
เสียงสัญญาณดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนสายจะต่อ
“เริ่มผ่าตัดจางเหยียนหรือยัง?”
เสียงผู้หญิงดังมาจากปลายสาย “เข้าไปในห้องผ่าตัดแล้ว ตอนนี้น่าจะกำลังเตรียมวางยาสลบ มีอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไร ฉันถามดูเฉย ๆ ญาติของเธอมาสอบถาม”
เหอเจียอินตบโต๊ะลุกพรวด ร้อนใจจนแทบระเบิด โยวเหวินหลงดึงเธอไว้ “ห้องผ่าตัดอยู่ไหน พวกเราไปดูกัน”
แพทย์ตอบ “ชั้นสองของตึกผู้ป่วยใน เลี้ยวซ้าย”
