ป้าอ๋องรีบวิ่งเข้ามา “คุณชายรอง คุณหญิงผู้เฒ่า คุณหญิงผู้เฒ่าตระกูลฟู่มาค่ะ ฉันห้ามไว้ไม่ทัน”
ยังไม่ทันสิ้นเสียง หญิงชราผู้หนึ่งในชุดผ้าแพรหรูหราก็เดินเข้ามาพร้อมไม้เท้า ด้านหลังมีพ่อบ้านชราตามมาด้วย
คุณหญิงผู้เฒ่าฟู่ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ขอโทษที่มารบกวนโดยไม่ได้นัดนะพี่สาว ฉันมาโดยพลการ ไม่ถือสากันใช่ไหม”
เจียงหมิงรีบลุกขึ้นต้อนรับ “คุณย่าฟู่”
คุณหญิงผู้เฒ่าฟู่ยิ้มกล่าว “ตอนแรกฉันตั้งใจจะเคาะประตู แต่ได้ยินพวกคุณพูดว่าจะไล่เสี่ยวสุ่ยออกไป ฉันร้อนใจเลยเดินพรวดเข้ามาเสียก่อน”
“คนในบ้านเถียงกันน่ะครับ เป็นแค่คำพูดตอนโมโห คุณย่าอย่าถือสาเลยครับ” เจียงหมิงยิ้มตอบ
คุณหญิงผู้เฒ่าฟู่กล่าว “ฟังจากที่คุณย่าพูด เหมือนบ้านนี้จะไม่มีที่ให้พักแล้วสินะ? บ้านตระกูลฟู่มีพื้นที่เหลือเฟือ วันนี้เสี่ยวสุ่ยกลับไปกับฉันเลยก็ได้ หลานสะใภ้ของตระกูลฟู่จะไปเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่ข้างนอกได้ยังไง”
สีหน้าคุณย่าเจียงดูไม่สู้ดีนัก แต่ก็ทำได้เพียงอดกลั้น ก่อนยิ้มประจบ “ฉันกำลังอบรมเด็กน่ะค่ะ เลยพูดแรงไปหน่อย ทำให้คุณย่าฟู่เห็นเรื่องน่าอายเสียแล้ว”
คุณหญิงผู้เฒ่าฟู่กล่าว “พี่สาว ไม่ใช่ว่าฉันอยากตำหนิคุณนะ เด็กเพิ่งกลับมาแท้ ๆ พอโกรธก็พูดจารุนแรงแบบนี้ แล้วจะสร้างความผูกพันกับเด็กได้ยังไง”
เธอมองเจียงเสี่ยวสุ่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า เด็กสาวผอมบางตัวเล็ก มองแล้วชวนให้เอ็นดู
เมื่อวานเธอเป็นห่วงหมิงหยวนอยู่หน้าห้องไอซียู จึงไม่มีเวลาพินิจเด็กให้ดี วันนี้ได้พบเจียงเสี่ยวสุ่ยเต็มตาแล้วก็อดประหลาดใจไม่ได้
เด็กคนนี้ดูยังไงก็ไม่น่าใช่อายุสิบแปด ตัวเล็กจ้อยราวกับลูกเจี๊ยบ หลายปีมานี้คงผ่านความลำบากมาไม่น้อย
“เด็กดี มาหาย่าให้ดูใกล้ ๆ หน่อย”
เธอกวักมือเรียกเจียงเสี่ยวสุ่ย
