ผู้ช่วยฉินถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า “เมื่อกี้...คุณรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ?”
ฟู่หมิงหยวนหยุดหายใจไปนานกว่าสามนาทีเป็นอย่างน้อย เขาทำการกู้ชีพอยู่นาน พอหยุดมือเพื่อโทรศัพท์เพียงครู่เดียว จู่ ๆ ฟู่หมิงหยวนก็ฟื้นขึ้นมา
“ไม่เป็นไร ผมสบายดี ไปต่อเถอะ ไปอู่เจียงโข่ว”
เห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรจริง ๆ ผู้ช่วยฉินจึงยกเลิกรถพยาบาล แล้วเดินทางต่อ
ฟู่หมิงหยวนยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว
เมื่อครู่เขา “ตาย” ไปครั้งหนึ่งจริง ๆ
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า หลังเกิดไฟป่าบนภูเขา พลังลึกลับสายหนึ่งกำลังตื่นขึ้นในร่างกาย
เขารู้สึกหงุดหงิด โกรธเกรี้ยว ดื้อรั้น และเคียดแค้น ราวกับอีกด้านหนึ่งที่ซ่อนอยู่ใต้เปลือกนอกอันเป็นมิตรของเขากำลังดิ้นรนจะหลุดพ้นจากพันธนาการและพุ่งออกมา
ตอนนี้เขามั่นใจมากแล้วว่า ภายในร่างกายมีสิ่งอื่นอยู่ เป็นตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างที่สุด
ร่างของเขาเกือบถูกสิ่งนั้นยึดครอง
หากจิตสำนึกของเขาอ่อนแอกว่านี้อีกสักนิด บางทีเขาคงไม่มีโอกาสฟื้นขึ้นมาแล้ว
หรือไม่ คนที่ฟื้นขึ้นมาอาจไม่ใช่เขาอีกต่อไป
……
การช่วยเหลือที่อู่เจียงโข่วยังคงดำเนินต่อไป
ทีมกู้ภัยรื้อซากอุโมงค์ที่ถล่มลงมา และพบช่างภาพที่หายตัวไปจริง ๆ
บังเอิญเหลือเกินว่า จุดที่ช่างภาพนอนอยู่เป็นบริเวณที่เพิ่งเกิดอุบัติเหตุมาก่อน
ตอนนั้นเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ทางไซต์งานได้ปิดทางเข้าออกทั้งสองด้านอย่างมิดชิด ไม่มีทางที่คนจะเข้าไปได้ จึงไม่รู้ว่าช่างภาพคนนี้เข้าไปอยู่ข้างในได้อย่างไร
เมื่อฟู่หมิงหยวนมาถึงที่เกิดเหตุ ก็ได้ยินคนพูดพึมพำว่า “ตอนผู้จัดการถูกฝังอยู่ใต้ซากครั้งก่อน เขาลาพักร้อนอยู่ ไม่มีทางอยู่ที่ไซต์งาน หรือว่าเขาก็โผล่มาที่นี่กะทันหันเหมือนกัน?”
ฟู่หมิงหยวนสั่งว่า “ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของผู้จัดการก่อสร้างกับคนงานที่ถูกฝัง ก่อนเกิดเหตุด้วย”
