การคืนร่างเดิมเพื่อช่วยคนเหนื่อยมาก จับวิญญาณอาฆาตได้ก็นึกว่าจะได้กินให้อิ่ม ที่ไหนได้กลับพบว่าร่างหลักของวิญญาณอาฆาตตนนั้นเป็นวิญญาณของเด็กตัวเล็ก ๆ
วิญญาณของเด็กน้อยบริสุทธิ์ผุดผ่อง กินไม่ได้
“ยอมเธอแล้ว!” เจียงเหยียนอุ้มเธอขึ้นมา “ในรถมีขนมปัง”
“เดี๋ยวก่อน!” นักข่าววิ่งตามมา “คุณผู้หญิง ยังไม่ได้บอกเลยค่ะว่าหนีออกมาจากกองเพลิงได้ยังไง”
เจียงเหยียนทำหน้าบึ้ง “น้องสาวฉันหิว คุณไม่ได้ยินหรือไง?”
“แต่ว่า...”
ผู้กำกับหยางรีบวิ่งเข้ามา พอเห็นเจียงเสี่ยวสุ่ยไม่เป็นอะไร เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ดีจริง ๆ ดีจริง ๆ ที่ไม่เป็นอะไร ไม่อย่างนั้นผมคงหนีความรับผิดชอบไม่พ้น!”
เจียงเสี่ยวสุ่ยเคาะกระดิ่งตรงเอว แล้วพูดอย่างจริงจังว่า “ช่างภาพที่พวกคุณทำหายก็อยู่แถวนี้เหมือนกัน อยู่ในอุโมงค์ไม่ไกล เขายังมีชีวิตอยู่!”
“จริงเหรอ!” ผู้กำกับหยางไม่มีเวลาพูดต่อ รีบเรียกคนอีกสองคนแล้ววิ่งตรงไปยังอุโมงค์
บนรถ
เจียงเสี่ยวสุ่ยกัดขนมปัง ใบหน้าเล็ก ๆ เคร่งขรึม ดูไม่ค่อยมีความสุขนัก
กระดิ่งสำริดที่ห้อยอยู่ตรงเอวสั่นแรงขึ้นเรื่อย ๆ
“ทำไมไม่มีบุญกุศลเลย?”
เธอช่วยคนไปตั้งมากมาย แถมยังอดใจไม่กินวิญญาณของเด็กน้อย แล้วทำไมถึงไม่ให้บุญกุศลเธอสักหน่อย
เต่าหยกเริ่มโมโห “พวกเขาพากันไปไหว้เทพภูเขาบ้าบอนั่นกันหมด ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นคนช่วยพวกเขา”
ตอนนี้วิญญาณของเจียงเสี่ยวสุ่ยยังไม่สมบูรณ์ การคืนร่างเดิมเพื่อช่วยคนโดยพลการ เท่ากับเข้าไปแทรกแซงเหตุและผลของผู้อื่น ทั้งยังเสี่ยงอย่างมากและสิ้นเปลืองพลังมหาศาล เขาเห็นแล้วก็ปวดใจ
ที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่าคือ คนที่ได้รับการช่วยเหลือจำร่างเดิมของเธอไม่ได้ และไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นคนช่วย
