แสงอรุณอ่อน ๆ ส่องทะลุความมืดมิดยามราตรี อากาศสดชื่นอบอวลด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ใบหญ้า
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วรู้สึกปลอดโปร่งสดชื่นขึ้นมาทันที อาการปวดเมื่อยหัวไหล่และต้นคอที่เป็นมาตลอดหลายวันหายไปหมด ร่างกายเบาสบายไปทั้งตัว
เจียงเหยียนเอนกายอยู่บนโซฟา ง่วงงุนจนแทบหลับ ไออุ่นอ่อนโยนแผ่วผ่านใบหน้า ก่อนซึมลึกลงสู่ปอดตามจังหวะลมหายใจที่ค่อย ๆ สม่ำเสมอ แล้วไหลเวียนไปทั่วร่าง
เขาหลับสนิทขึ้นโดยไม่ทันสังเกตว่า รอบกายมีหมอกสีเทาจาง ๆ สลายไป
เขาฝึกยุทธ์มาตั้งแต่หนุ่ม ๆ บาดแผลเก่าที่หัวเข่าเริ่มร้อนผ่าว กระแสลมปราณวนเวียนอยู่ตรงหัวเข่าสองสามลมหายใจ ก่อนกลายเป็นควันสีเทาสั่นสะเทือนออกจากร่าง แล้วค่อย ๆ จางหายไป
ในห้องน้ำชั้นหนึ่ง เจียงเซิ่นไม่อยากเรียกใครมาช่วย จึงดึงตัวเองจากรถเข็นลงไปในอ่างอาบน้ำด้วยมือข้างเดียวอย่างดื้อรั้น
เขาจับราวพยุงแล้วปีนเข้าไป ขอแค่พลิกตัวได้ จากนั้นก็ยกขาเข้าอ่างไปก็พอ
แต่ทันทีที่ปีนเข้าไป ราวพยุงกลับคลอนออกกะทันหัน ร่างทั้งร่างของเขาคว่ำหัวทิ่มลงไปในอ่าง
อ่างลื่นมาก มือซ้ายไม่มีจุดให้ยัน เขาจึงยื่นตัวออกมาไม่ได้ ทำได้เพียงออกแรงพยุงไหล่ขึ้นอย่างสุดกำลัง ให้ปากและจมูกพ้นน้ำเพื่อหายใจ
หลังสำลักน้ำไปหลายอึก หางตาของเขาก็แดงเรื่อ กระจกบนผนังสะท้อนร่างผอมบางไร้เรี่ยวแรงของเขา ขาทั้งสองข้างที่ไร้กำลังลากอยู่บนพื้น ราวกับสุนัขจรจัดที่ถูกทอดทิ้ง
“ฮะ!” เขาฉีกยิ้ม แต่กลับสำลักจนเปล่งเสียงไม่ออก
เจียงเซิ่น นักแข่งรถระดับตำนาน เสียชีวิตในอ่างอาบน้ำของตัวเอง น่าขันชะมัด
ในตอนนั้นเอง ท่ามกลางไอน้ำอุ่นในห้องน้ำ ราวกับมีสายลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่าน ลมเย็นเฉียบลูบไล้หัวไหล่ของเขา ก่อนแทรกเข้าไปในโพรงจมูก
