“แม่ อย่าเพิ่งได้ยินอะไรนิดหน่อยก็คิดไปไกลสิ อีกอย่าง ยุคนี้แล้ว แม่จะไปยุ่งเรื่องของคนอื่นมากมายทำไม” เด็กหนุ่มในชุดนักเรียนมัธยมปลายดึงแม่ที่กำลังเดือดดาลไว้
หญิงวัยกลางคนโมโหจนแทบคลั่ง “อย่ามาช่วยพูดแทนมันนะ ลูกใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ยังอยากทำตัวเสียคนไปด้วยหรือไง ถ้าทำให้สอบพลาด ฉันไม่ปล่อยลูกไว้แน่”
หยางซูแย่งรูปถ่ายมาจากมือหญิงคนนั้น ก่อนจะผลักประตูเปิดอย่างบ้าคลั่ง “ออกไป พวกคุณออกไปให้หมด!”
“นี่เป็นท่าทีที่แกใช้พูดกับแม่งั้นเหรอ ปีกกล้าขาแข็งแล้วหรือไง?”
หยางซูคว้าแขนเสื้อของอีกฝ่ายแล้วลากออกไป
“โอ๊ย! แกกล้าลงไม้ลงมือกับฉันด้วยหรือ ออกไปอยู่ข้างนอกแค่สองวัน ใจก็เหลิงแล้วสินะ ถึงกับไม่ยอมรับแม่แท้ ๆ ของตัวเองแล้ว?” หญิงคนนั้นถูกลูกสาวกระชากออกไปอย่างไม่ทันตั้งตัว จนกระแทกราวบันได ความเจ็บปวดทำให้ขาดสติ เธอทิ้งตัวลงกับพื้นแล้วเริ่มโวยวายทันที
“มาดูกันเร็ว! ลูกอกตัญญูทำร้ายแม่แท้ ๆ ของตัวเองแล้ว! ฉันเลี้ยงแกมาอย่างยากลำบากตั้งกี่ปี แกตอบแทนฉันแบบนี้หรือไง!”
ผู้เช่าห้องในตึกทยอยเปิดประตูออกมาดูเรื่องสนุก
เมื่อครู่หญิงคนนี้เพิ่งมีปากเสียงกับเจ้าของห้องเช่าไป รอบนี้ได้ยินว่าเธอจะมาขอคืนห้องให้ลูกสาว
เธอบอกว่าลูกสาวออกไปเรียนข้างนอกแล้วใจแตก ทั้งที่มีหอพักดี ๆ ให้อยู่กลับไม่อยู่ ดันออกมาเช่าห้องเอง ไม่แน่ว่าอาจไปมั่วสุมกับใครสักคน ในฐานะแม่เธอย่อมเป็นห่วง จึงยืนกรานให้เจ้าของห้องคืนเงิน
เพื่อนบ้านต่างก็ดูออกว่าหญิงคนนี้มุ่งหวังเงินเป็นหลัก
ไม่ได้เป็นห่วงลูกสาวเลยสักนิด
“ปกติเด็กคนนี้เรียบร้อย ไม่ค่อยพูด แต่ก็มีมารยาทดีนะ จะไปทำร้ายคนได้ยังไง”
