เดิมทีอิ่นเซี่ยงหน่วนตั้งใจจะทำให้เจียงเสี่ยวสุ่ยขายหน้า
เธอรู้ว่าทายาทตระกูลใหญ่เช่นฟู่หมิงหยวนได้รับการศึกษาชั้นเลิศมาตั้งแต่เด็ก อีกทั้งผู้หญิงที่เขาคบหาด้วยล้วนเป็นคนมีความสามารถ
ตามที่คุณนายฟู่บอก แต่ก่อนรอบตัวฟู่หมิงหยวนไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนไร้ความสามารถเหมือนเจียงเสี่ยวสุ่ย
เธอตั้งใจจะเผยโฉมหน้าไร้ความสามารถของเจียงเสี่ยวสุ่ยต่อหน้าผู้คน ให้ฟู่หมิงหยวนมองเห็นธาตุแท้ของอีกฝ่าย
ทันทีที่เสียงกู่เจิงดังขึ้นและเจียงเสี่ยวสุ่ยก้าวเข้าร่วมวงดนตรี แสงไฟทุกดวงก็สาดไปทางเธอ
จอขนาดใหญ่ฉายภาพระยะใกล้ของเธอสลับไปมา
เธอสวมชุดกี่เพ้าจีนย้อนยุค ผมยาวเกล้าสูง ประดับปิ่นหยกไว้บนศีรษะ แบกกู่เจิงที่สลักลวดลายอย่างประณีตไว้บนไหล่ เสียงสายกังวานเป็นจังหวะ
บนเวทีตะวันตกแห่งนี้ เจียงเสี่ยวสุ่ยและเครื่องดนตรีของเธอเปรียบดังแสงสว่างที่ผ่าความคิดฝังรากลึกให้แตกออก แล้วนำความงามของอาภรณ์หรูหราเข้ามาเติมสีสันให้เวทีแฟชั่นอย่างทรงพลัง
วิลเลียมมองจนเคลิบเคลิ้ม เขาคิดว่านางแบบทุกคนบนเวทีดูไม่โดดเด่นเท่าเจียงเสี่ยวสุ่ยที่เพียงนั่งลงตามสบาย
เหล่าคนหนุ่มสาวที่ทำงานในวงการแฟชั่นราวกับถูกพาเข้าสู่โลกใบใหม่
โลกที่มีความหอมละมุนซึ่งผ่านการบ่มเพาะมานับพันปี มีความสง่างามจากวัฒนธรรมที่สั่งสมมานาน และมีจังหวะชีวิตอันเปี่ยมพลังจากการเปลี่ยนแปลงอย่างเสรี
“นี่คือสไตล์ตะวันออกเหรอ? สวยมาก! ฉันว่าการแสดงแฟชั่นแบบนี้ดีที่สุดแล้ว”
“ชุดที่เธอใส่คือกี่เพ้าใช่ไหม? ทำไมงานแฟชั่นของเราไม่มีองค์ประกอบแบบกี่เพ้าบ้างนะ?”
