หัวรถพุ่งชนแนวต้นไม้ประดับ ม้วนเหล็กทับส่วนหน้ารถ ก่อนรถจะพุ่งไปทางขวา ชนเข้ากับต้นไม้ริมทางในแนวต้นไม้ประดับ
เบาะนั่งข้างคนขับแทบจะบิดเบี้ยวเสียรูป
จากสภาพเช่นนี้ คนที่อยู่ข้างในคงรอดชีวิตได้ยาก
โชคดีที่เบาะคนขับยังอยู่ในสภาพดี ผู้คนที่ผ่านไปมาพยายามดึงคนขับที่หมดสติออกมา
แต่เมื่อเปิดประตูออก พวกเขากลับได้ยินเสียงสั่นเครือดังมาจากเบาะหลังว่า “ช่วยฉันด้วย”
เบาะหลังด้านขวาเสียรูปไปหมด ทว่าประตูรถกับเบาะหลังที่ถูกบีบอัดกลับเกิดเป็นช่องว่างพอดี หญิงชราสวมชุดหรูคนหนึ่งถูกหนีบอยู่ตรงกลาง ถุงลมนิรภัยช่วยรับแรงกระแทกส่วนใหญ่ไว้ให้ เธอจึงมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อยบนใบหน้า เรียกได้ว่าแทบไม่ได้รับบาดเจ็บเลย
ชายชราสวมสูทที่อยู่ข้าง ๆ ศีรษะกระแทกกับเบาะหน้า หน้าผากเขียวช้ำไปจุดหนึ่ง
คนขับซึ่งนั่งอยู่ในตำแหน่งที่ดูปลอดภัยที่สุด กลับเป็นคนที่บาดเจ็บหนักที่สุด
ผู้คนช่วยพยุงคุณหญิงผู้เฒ่าฟู่ออกมา
เธอยังขวัญเสียไม่หาย ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋าเตรียมโทรออก
แต่หนังสือพิมพ์เก่าฉบับหนึ่งพลอยหล่นออกมาด้วย เป็นฉบับเดียวกับที่เจียงเสี่ยวสุ่ยให้เธอ ขอบกระดาษถูกไฟไหม้จนเกรียม ตรงบริเวณที่วาดยันต์ก็กลายเป็นสีดำเหมือนถ่าน เพียงบีบเบา ๆ หนังสือพิมพ์ก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
คุณหญิงผู้เฒ่าฟู่มองภาพตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสผลลัพธ์ของยันต์ด้วยตาตัวเอง
เธอเคยเห็นอาจารย์หวังวาดยันต์ ก่อนลงมือจะต้องจุดธูปทำจิตใจให้สงบ ใช้ชาดชั้นดี รวบรวมสมาธิไว้ที่ปลายพู่กัน พลิ้วไหวราวมังกรเริงระบำ
ทุกครั้งหลังวาดยันต์เสร็จ อาจารย์หวังจะหมดเรี่ยวแรงอย่างหนัก ราวกับเพิ่งถูกช้อนขึ้นมาจากน้ำ เสื้อผ้าชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ใบหน้าซีดขาว
แต่เจียงเสี่ยวสุ่ยกลับแค่หยิบหนังสือพิมพ์เก่ามาแผ่นหนึ่ง แล้ววาดยันต์ส่ง ๆ ลงไปเท่านั้น กลับทรงพลังถึงเพียงนี้
