เจียงหมิงออกมาจากบ้านพอดีกับที่รถแลนด์โรเวอร์สีดำแล่นเข้ามา เจียงเหยียนคาบบุหรี่ไว้ในปาก ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด
“เจียงเสี่ยวสุ่ยอยู่ไหน เรียกเธอออกมา!”
เจียงหมิงกล่าวว่า “น้องสาวเพิ่งกลับมา นายเป็นพี่ชาย ทำไมต้องโมโหขนาดนี้ด้วย”
เจียงเหยียนคาบบุหรี่พลางหัวเราะเยาะ “พี่จะยอมรับเธอก็เรื่องของพี่ แต่ฉันไม่ยอมรับหรอก พี่รอง ลืมไปแล้วหรือ ตอนเด็ก ๆ เราตกแม่น้ำด้วยกัน ใครกันที่ไปตามคนมาช่วยพวกเรา? จูจูไง!”
“แล้วตอนพี่อายุสิบสาม ไข้ขึ้นตอนกลางคืนถึง 42 องศา ถ้าจูจูไม่ไปตามพี่ใหญ่ ตอนนี้พี่ก็พิการหรือไม่ก็เป็นคนปัญญาอ่อนไปแล้ว พี่จะมีวันนี้ได้ยังไง?”
“เจียงเสี่ยวสุ่ยเพิ่งกลับมาได้วันเดียว พี่ก็วุ่นวายกับเธอจนหัวหมุน ถึงกับยกชั้นสามให้เธอหมด ก่อนหน้านี้ไม่ได้ตกลงกันแล้วหรือว่าจูจูอยากทำห้องซ้อมเต้นบนชั้นสาม”
เจียงหมิงกล่าวว่า “จูจูใช้ชั้นสองก็พอแล้ว ห้องซ้อมเต้นกับห้องเปียโนรวมกันได้ หรือไม่ก็เช่าห้องข้างนอกให้เธอสักห้อง”
เจียงเหยียนมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ “พี่รองจะให้จูจูออกไปเช่าห้องซ้อมเต้นงั้นเหรอ พูดออกมาได้ยังไง!”
“เสี่ยวสุ่ยเพิ่งกลับมา นี่เป็นสิ่งที่พวกเราติดค้างเธอ” เจียงหมิงตอบ
ครั้งนี้พี่ใหญ่จะออกมาได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าตระกูลฟู่ยินดีช่วยหรือเปล่า
การใช้เรื่องคู่ครองตลอดชีวิตของน้องสาวคนเล็กไปช่วยพี่ใหญ่ สุดท้ายก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าภาคภูมิใจนัก
เพราะน้องสามนิสัยใจร้อน ส่วนน้องสี่สุขภาพไม่ดี เขาจึงกลัวว่าพวกเขาจะก่อเรื่องหากรู้เข้า คนที่รู้เรื่องนี้ในตอนนี้จึงมีเพียงเขากับคุณย่า
เขาอยากชดเชยให้เสี่ยวสุ่ย จึงได้แต่เกลี้ยกล่อมว่า “นายก็ใจเย็นลงหน่อย เสี่ยวสุ่ยยังไงก็เป็นน้องสาวแท้ ๆ ของพวกเรา เธอลำบากอยู่ข้างนอกมาตั้งมาก เรื่องความเป็นอยู่ก็ชดเชยให้เธอเยอะ ๆ หน่อย”
เจียงเหยียนพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าเขา “แล้วจูจูล่ะจะทำยังไง? สลับลูกกันก็ไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย ตั้งแต่เด็กก็ถูกตามใจมาตลอด จู่ ๆ ต้องมาเจอความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ในใจเธอจะเจ็บปวดแค่ไหน”
