จู้จื่อสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ
ในจังหวะที่เขากำลังตะลึง มือข้างหนึ่งก็ยื่นมาจากด้านหลัง เปิดลูกเลื่อนปืนให้ เขาลั่นไกอีกครั้ง ทหารญี่ปุ่นล้มลงตามเสียงปืน กลิ้งตกลงมาจากยอดเขา
กองร้อยที่อยู่ตีนเขาหันมาระวังทางพวกเขาทันที
เสียงปืนดังปังสองนัด กระสุนพุ่งตรงมาทางตำแหน่งที่พวกเขาอยู่
เซียงอวิ๋นกดศีรษะเขาให้หมอบลงกับพื้น
กระสุนเฉียดไหล่ของทั้งคู่ผ่านไป
“ไป”
เซียงอวิ๋นขยับปากส่งสัญญาณให้เขาตามกองกำลังใหญ่เข้าไปในเขา
พูดจบ เธอก็แย่งปืนจากมือเขาไป
จู้จื่อตกใจ กระซิบว่า “แล้วคุณล่ะ จะทำยังไง รีบไปเถอะ ตรงนี้ผมจะคอยคุ้มกันเอง”
มีเสียงสวบสาบใกล้เข้ามา เขาไม่ทันคิดอะไรก็ยื่นหน้าออกไป เล็งเงาหญ้าที่อยู่ไม่ไกลแล้วยิงทันที
หลังเสียงร้องโหยหวน ทหารญี่ปุ่นอีกคนก็กลิ้งตกลงไป
เขาฮึกเหิมขึ้นมาทันที ขวัญกำลังใจพุ่งสูง
ดูท่าเขาจะยิงปืนเก่งเหมือนกันนี่
เขานับดู ข้างล่างมีทหารญี่ปุ่นทั้งหมด 18 คน ตายไปแล้ว 2 คน ยังเหลืออีก 16 คน ในปืนนี้ก็ไม่รู้มีกระสุนเท่าไร ถ้ายิงนัดเดียวตายหนึ่งคนได้ ที่เหลือค่อยใช้ระเบิดมือ บางทีอาจจัดการพวกมันได้หมดจริง ๆ
แต่กระสุนนัดที่สองกลับไม่โชคดีเช่นนั้น
ทหารญี่ปุ่นที่ตีนเขาซุ่มตัวอยู่ เขาหาเป้าหมายไม่เจอเลย
ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้อีกฝ่ายอยู่ห่างจากเขาแค่ไหน
“ระวัง!”
พร้อมเสียงกระสุนแหวกอากาศ เซียงอวิ๋นก็ดึงเขากลิ้งไปทางทุ่งหญ้าข้าง ๆ
คราวนี้ไม่โชคดีเหมือนก่อน กระสุนพุ่งเจาะไหล่เขา ความเจ็บแสบแล่นขึ้นมา ก่อนสะเก็ดกระสุนจะระเบิดคาอยู่ในไหล่ เขารู้สึกเหมือนแขนทั้งข้างถูกความร้อนสูงลวกจนละลาย
