ยิ่งเข้าไปด้านใน ไออำมหิตก็ยิ่งเข้มข้น
เจียงเสี่ยวสุ่ยถูกไออำมหิตนี้รมจนสมองว่างเปล่า
“คุณหนู ที่นี่เป็นห้องไอซียู คนไข้กำลังได้รับการช่วยชีวิต ญาติกรุณารออยู่ด้านนอกค่ะ”
หญิงชราผู้แต่งกายหรูหราไม่สนใจเจียงหมิงที่พยายามห้ามปราม ทรุดเข่าลงต่อหน้าเจียงเสี่ยวสุ่ยดังตุบ “แม่หนู เด็กดี ย่าขอร้องนะ ขอแค่หนูยอมแต่งงานกับหมิงหยวน ไม่ว่าหนูต้องการอะไร ตระกูลฟู่ก็จะให้ทั้งนั้น”
“เธอมาที่นี่ได้ยังไง” พอเห็นเจียงเสี่ยวสุ่ยเข้ามา สีหน้าเจียงหมิงก็ไม่สู้ดี เขารีบประคองหญิงชราลุกขึ้น “คุณนายผู้เฒ่าฟู่ เสี่ยวสุ่ยยังเป็นเด็ก คุณทำแบบนี้ทำไมครับ!”
เจียงเสี่ยวสุ่ยถามว่า “ฉันเข้าไปดูข้างในได้ไหม”
เจียงหมิงตอบว่า “ไม่ได้”
ฟู่ไท่ไท่รีบลุกขึ้น แล้วหันไปสั่งลูกน้อง “ยังไม่รีบเปิดประตูให้คุณหนูเจียงอีก!”
เมื่อครู่แพทย์เพิ่งประกาศว่าคนไข้สมองตาย เธออาศัยชื่อของคุณนายผู้เฒ่าฟู่กดดันคณะผู้เชี่ยวชาญ ให้ช่วยยื้อชีวิตต่ออีกสิบนาที ทว่าก็ยังไร้ผล
ตอนนี้คงได้แต่ลองรักษาคนที่หมดหวังดูสักตั้ง
เสียงเครื่องมือแพทย์ส่งเสียงติ๊ด ๆ ดังสะท้อนอยู่ในห้องผู้ป่วย
ไอโลหิตอำมหิตเข้มข้นอบอวลไปทั่วห้อง เจียงเสี่ยวสุ่ยก้าวเข้าไป ท้องของเธอส่งเสียงร้องจ๊อก ๆ ราวกับได้เข้ามาอยู่บนสวรรค์
รูขุมขนทั่วร่างคลายออกอย่างสบายใจ ดูดซับไออำมหิตจากโลหิตเข้มข้นจนแทบควบแน่นเป็นของเหลวอย่างเต็มที่
เมื่อไอโลหิตอำมหิตในห้องถูกดูดซับไปกว่าครึ่ง เงาร่างบนเตียงจึงเผยให้เห็น
ชายบนเตียงมีรูปร่างสูงโปร่ง ชุดผู้ป่วยหลวมโพรกห้อยอยู่บนตัว ร่างกายผอมจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เพราะนอนติดเตียงมานาน กล้ามเนื้อจึงฝ่อลงไปไม่น้อย
เจียงเสี่ยวสุ่ยเดินเข้าไป ใบหน้าคมคายของชายหนุ่มพลันปรากฏในสายตา
คิ้วกระบี่ดวงตาหงส์ สันจมูกโด่งเป็นสัน โครงหน้าคมชัดได้รูป
เจียงเสี่ยวสุ่ยเคยพบผู้คนมามากมาย ทั้งงดงาม หล่อเหลา องอาจ และเที่ยงตรง หากมองจากสายตาที่ผ่านการพิจารณา “ผู้คน” มานับไม่ถ้วน คนผู้นี้นับเป็นคนที่มีใบหน้าหล่อเหลาสะดุดตาที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
