เจียงเสี่ยวสุ่ยเลื่อนสายตาไปยังใบหน้าของเขา สบเข้ากับดวงตาสองสีสีดำคู่หนึ่งที่คุ้นอยู่ในความทรงจำ เมื่อม่านตาทั้งสองซ้อนทับกัน ก็ยิ่งทำให้เขาดูหม่นหมองกว่าคนอื่น และมีไอสังหารหนักหน่วงกว่าเดิม
แต่โบราณมา ผู้มีดวงตาสองสีล้วนเป็นจักรพรรดิ
หัวใจของเธออบอุ่นขึ้น ก่อนเอ่ยเรียกเสียงใสว่า “พี่ใหญ่”
“อืม” เจียงปินมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เห็นจานเปล่ากองพะเนินอยู่บนโต๊ะตรงหน้า พ่อบ้านหลี่จากตระกูลฟู่ยังช่วยพนักงานเสิร์ฟเก็บจานเปล่าออกจากโต๊ะ ก่อนยกอาหารมาเสิร์ฟ
ในร้านอาหารทั้งร้าน โต๊ะนี้มีอาหารพร่องเร็วที่สุด
เจียงปินเผยรอยยิ้มบาง ๆ “กินเก่งดีนี่”
เขาชอบเด็กที่กินเก่ง
กินดีถึงจะบำรุงร่างกายให้แข็งแรงได้ ไม่เหมือนน้องชายพวกนั้นของเขา นอกจากเจียงเหยียนที่กินเก่งหลังกลับจากโรงเรียนฝึกยุทธ์แล้ว เจียงหมิงกับเจียงเซิ่นก็กินไม่มาก ส่วนเจียงหมิงจูยิ่งเหมือนลูกแมว เอาแต่บ่นว่าจะลดน้ำหนักทุกวัน แค่ลมพัดเบา ๆ ก็แทบจะล้มแล้ว
เจียงเหยียนแอบหึงอยู่บ้าง เจียงเสี่ยวสุ่ยเรียกเขาว่าพี่สามอย่างไม่เต็มใจ แต่กลับเรียกพี่ใหญ่อย่างคล่องปากเหลือเกิน
เจียงปินกล่าวว่า “เอาเครื่องรางมาให้ฉันดูหน่อย”
เจียงหมิงจูสะดุ้งเฮือก
เจียงเหยียนส่งเครื่องรางให้แต่โดยดี
เจียงปินรับมาดู ทันทีที่รับไว้ก็หันไปมองเจียงหมิงจู “จูจู!”
“พะ...พี่ใหญ่!” เจียงหมิงจูตกใจจนขาอ่อน แทบยืนไม่อยู่ เธอพูดตะกุกตะกักว่า “พี่ใหญ่ ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันถูกหลอก ฉันไม่รู้อะไรเลย!”
เจียงปินแปลกใจ “อ้อ? ใครหลอกเธอล่ะ?”
คราวนี้เจียงหมิงจูถึงเพิ่งรู้ตัวว่า พี่ใหญ่ยังไม่ได้ถามอะไรสักคำ แต่เธอกลับตกใจจนเผยพิรุธออกมาเอง
