เจียงหมิงถามว่า “เสี่ยวสุ่ยเป็นยังไงบ้าง อาการยังโอเคไหม?”
“มือบาดเจ็บ แต่สภาพจิตใจยังดีอยู่ โชคดีที่หาเจอทันเวลา” เจียงเหยียนรู้สึกเจ็บปวดแทนเด็กสาว มือเล็กบอบบางถูกลวกจนเป็นแผลใหญ่ขนาดนั้น
ดูเหมือนจะโดนโลหะลวก
ตอนอยู่ในสถานที่แบบนั้น เขาไม่กล้าซักถามละเอียด กลัวจะไปสะกิดแผลในใจของเด็ก โชคดีที่เสี่ยวสุ่ยดูยังมีสภาพจิตใจดีอยู่
“ผมถามตำรวจในพื้นที่แล้ว เลยได้รู้เรื่องของค่ายกักกันมาบ้าง ตอนเสี่ยวสุ่ยถูกจับ หัวหน้าในค่ายทยอยกระโดดตึกลงมา ข้างในดูเหมือนจะเกิดจลาจล พวกนั้นมัวแต่เอาตัวไม่รอด ไม่มีเวลาจัดการพวกเด็กใหม่ พวกเธอเลยไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง”
เจียงเหยียนพูดว่า “เสี่ยวสุ่ยบอกว่าบาดแผลเกิดจากตอนทะเลาะกับคนอื่น แล้วถูกแส้ฟาด แส้ต้องเส้นใหญ่ขนาดไหนกันนะ ถึงลงมือกันโหดขนาดนั้นได้”
เขากัดฟันพูด “ตอนเสี่ยวสุ่ยไปมิลาน ผมน่าจะตามไปด้วย”
เจียงหมิงจู๋รู้สึกขมปร่าในใจ “เรื่องแบบนี้ไม่มีใครคาดคิดได้หรอก พี่ อย่าโทษตัวเองเลย”
คุณย่าเจียงกล่าวว่า “ใครจะไปรู้ล่วงหน้ากันว่าเธอจะโง่จนถูกหลอกพาตัวไป จูจูไปมิลานคนเดียวก็ยังไม่เป็นอะไร แถมยังไปกับตระกูลฟู่ด้วย สุดท้ายก็เพราะตัวเองไม่ฉลาดนั่นแหละ”
เจียงหมิงกล่าวว่า “คุณย่า นี่มันเป็นการโทษเหยื่อ เสี่ยวสุ่ยถูกลักพาตัวไปนะครับ แถมยังถูกจับไปต่อหน้าต่อตาคนตั้งมากมายในตระกูลฟู่ คุณย่าควรไปโทษคนที่ลักพาตัวเธอสิ”
คุณย่าเจียงตอบว่า “ฉันแก่จนเลอะเลือนไปแล้ว ตอนนี้ขยับตัวไม่ไหวก็ว่าแย่แล้ว ยังต้องให้หลานชายมาสอนด้วยว่าควรพูดยังไง”
“คุณย่า ผมไม่ได้จะสอนคุณย่านะครับ” เจียงหมิงพูดอย่างจนใจ
