กลางดึก เจียงเสี่ยวสุ่ยนั่งสมาธิอย่างเงียบสงบ
พลังบุญกุศลของหลี่มู่จื่อไหลเวียนไปทั่วร่างของเธอหนึ่งรอบ ฝ่ามือที่ถูกแส้ตีเทพลวกจนบาดเจ็บค่อย ๆ ฟื้นตัว เหลือเพียงรอยแผลลวกขนาดเท่าหัวแม่มือ
เธอขมวดคิ้วน้อย ๆ จู่ ๆ ก็รู้สึกว่ามีใครกำลังจับตามอง
เต่าหยกเฝ้าอยู่ตรงประตู ส่วนฟู่เหยียนนอนหลับอยู่ห้องข้าง ๆ
เธอตั้งใจจับความรู้สึกถึงสายตาคู่นั้น ทันทีที่ความคิดวูบไหว อีกฝ่ายก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เช้าตรู่วันถัดมา
ฟู่หมิงหยวนลุกขึ้นนั่งบนเตียงสีเทาดำ สีหน้าแปลกไปเล็กน้อย
เขาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ย่อมเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ดี
อย่างน้อยก็แสดงว่าร่างกายของเขาฟื้นตัวไปมากกว่าครึ่งแล้ว หมอไม่ได้หลอกเขา
เขาทำหน้าขรึม ดึงผ้าห่มออกแล้วฉวยผ้าปูเตียงโยนลงตะกร้าผ้าเปื้อน ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ
สายน้ำอุ่นรินรดลงมาจากศีรษะ ทว่าภาพฝันเมื่อคืนกลับผุดขึ้นมาในหัว
ในฝัน เด็กสาวตัวเล็กคล้องแขนเขา ร่างนุ่มนิ่มแนบเสียดสีกับท่อนแขน เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด ยังกอดคอเขาพลางอ้อนขอจูบ
แต่ชั่วพริบตาถัดมา เด็กสาวในอ้อมแขนกลับเปลี่ยนไป ผมยาวสยายถึงเอว รูปร่างเย้ายวน หางตาเรียวเชิดขึ้นราวกับมีตะขอเกี่ยว จนหัวใจเขาปั่นป่วนว้าวุ่น
ฟู่หมิงหยวนปิดน้ำอุ่น ปล่อยสายน้ำเย็นเฉียบกระแทกใบหน้า ชะล้างความคิดฟุ้งซ่านในหัวให้มอดดับ
เขาอยากตบหน้าตัวเองสักฉาด
นี่เขากำลังคิดบ้าอะไรอยู่กันแน่!
ต้องเป็นเพราะพลังในร่างกายส่งผลแน่ ๆ เขาจะคิดเกินเลยกับเจียงเสี่ยวสุ่ยได้อย่างไร
