“ยายเฒ่านั่นไม่เคยทำอะไรโดยไม่มีผลประโยชน์ คงเห็นว่ามีอะไรให้เอาจากเด็กสาวคนนั้นได้สินะ”
เจียงเสี่ยวสุ่ยกล่าวว่า “คุณยายต้องอยู่ห้องเดิม ถึงจะรอดชีวิตได้ค่ะ”
หญิงชราตะลึงไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบพยักหน้ารัว “ได้ งั้นก็กลับไปอยู่ชั้นเจ็ดเหมือนเดิม”
เธอดึงแขนลูกชายไว้ “ไปจัดห้องเก็บของบนห้องใต้หลังคาให้เรียบร้อยสิ ฉันจะไปอยู่ที่นั่น”
“แม่ ห้องนั้นเป็นห้องเก็บของ แม่ก็เดินเหินไม่สะดวก จะขึ้นไปชั้นเจ็ดได้ยังไง อีกอย่าง ห้องนั้นเคยมีคนตายด้วยนะ”
หวังเชี่ยนจับใจความจากประโยคนั้นได้ทันที แผ่นหลังเย็นวาบ “คุณบอกว่าในห้องเก็บของข้างห้องฉันเคยมีคนตายเหรอคะ?”
เวลานี้เจ้าของห้องเช่าเองก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้แทบทุกคนก็รู้กันหมด
ตอนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อย
หญิงสาวคนนี้เงียบขรึม ปกติไม่ค่อยพูดคุยกับใคร จึงไม่รู้เรื่องนี้
เพื่อนบ้านช่วยยืนยัน “เมื่อปีก่อนมีผู้ชายคนหนึ่งมาอยู่ที่นั่น แซ่หวังเหมือนกัน เป็นช่างไฟ ทำงานอยู่ไซต์ก่อสร้างแถวนี้”
“ช่างไฟหวังป่วยกะทันหัน ได้ยินว่ายังไปไม่ถึงโรงพยาบาลก็เสียชีวิตแล้ว”
เพื่อนบ้านคนหนึ่งแย้ง “ไม่ใช่มั้ง คุณจำผิดหรือเปล่า ช่างไฟหวังถูกหามออกมาจากห้อง ตอนนั้นทั้งตึกยังได้กลิ่นเหม็นคลุ้งเลย ฉันจำได้แม่น”
“ช่วงนั้นฉันกลับบ้านไปทำไร่ พอกลับมาก็ได้ยินว่าช่างไฟหวังตายแล้ว ตายที่โรงพยาบาล ศพไม่ได้ส่งกลับมาด้วยซ้ำ ส่งตรงไปที่ฌาปนสถานเลย”
