ฟู่หมิงหยวนยังต้องกลับบริษัท ส่วนเจียงเสี่ยวสุ่ยตั้งใจจะไปหาเจ้ากุยกุยเพื่อเดินเล่นต่อ แต่ยังไม่ทันออกจากสถานีตำรวจ ผู้ช่วยฉินก็ได้รับโทรศัพท์
เจียงซิ่วเยียนพาศาสตราจารย์หลายคนอยากมาสำรวจสำนักเทียนเสวียน และพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณเจียง
สำนักเทียนเสวียนไม่มีใครคอยต้อนรับ พนักงานต้อนรับของฟู่ซื่อจึงให้พวกเขารออยู่ก่อนชั่วคราว
ฟู่หมิงหยวนกล่าวว่า “จับตาดูพวกเขาไว้ ก่อนพวกเราจะไปถึง อย่าให้ใครขึ้นไป”
คนพวกนี้มาเพราะของโบราณของเจียงเสี่ยวสุ่ยอย่างแท้จริง ไม่ได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนทางวิชาการอะไรทั้งนั้น
เจียงเสี่ยวสุ่ยไม่ค่อยรู้เรื่องเงิน คนพวกนี้ต่างก็เป็นจิ้งจอกเฒ่าในระบบราชการทั้งนั้น หลอกเธอได้ง่าย ๆ ไม่แน่ว่าแค่พูดไม่กี่คำ เสี่ยวสุ่ยก็อาจซื่อ ๆ จนบริจาคของโบราณพวกนั้นออกไป
เขาไม่สนว่าของโบราณเหล่านั้นมาจากไหน
ไม่ว่าจะเป็นเจียงปินให้มา หรือเจียงเสี่ยวสุ่ยไปหามาจากที่ไหนสักแห่ง ของของเธอก็ห้ามยกให้คนอื่นโดยไม่มีเหตุผล
วันนี้เขาเห็นเจียงเสี่ยวสุ่ยกลายเป็นสัตว์ประหลาดสีแดงฉานในพริบตา จึงเริ่มคาดเดาตัวตนของเธอได้บ้าง
จะบอกว่าไม่ตกใจก็คงไม่ได้
ตอนนี้เจียงเสี่ยวสุ่ยหยิบอะไรออกมาจากแขนเสื้อ เขาก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลไปหมด
“ต่อไปเวลาอยู่ข้างนอก อย่าหยิบของโบราณออกมาจากแขนเสื้อส่งเดช เข้าใจไหม โดยเฉพาะภาพเขียนกับอักษรโบราณ” การทำแบบคราวก่อนในงานเลี้ยงของฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลเซียว อันตรายมาก
เจียงเสี่ยวสุ่ยล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อ คลำอยู่ครู่หนึ่งก่อนหยิบรูปสลักทองคำที่มีพู่ห้อยออกมา สัตว์ตัวน้อยสีทองมีปีกคู่หนึ่ง เขี้ยวประดับหยก ดูน่ารักแต่ก็น่าเกรงขาม
