เมื่อเห็นโทรศัพท์เครื่องนั้น สีหน้าของพ่อฉือก็เปลี่ยนไปทันที
ริมฝีปากของฉือโยวโยวสั่นระริก “นี่เป็นโทรศัพท์ของแม่ ตอนเด็ก ๆ แม่ให้ฉันเอาไว้เล่น”
พ่อฉือเริ่มร้อนใจ เมื่อนึกได้ว่าซิมการ์ดของอวี๋ลู่ถูกยกเลิกไปแล้ว ตอนนั้นเขาเป็นคนสั่งให้คนไปจัดการด้วยตัวเอง จึงขมวดคิ้วกล่าวเสียงเข้มว่า “ทำไมถึงเชื่อทุกอย่าง อย่าทำเรื่องวุ่นวาย กลับบ้านกับฉัน”
“พ่อบอกฉันว่าแม่ไม่ต้องการฉันแล้ว ถึงได้ไปกับคนอื่น ฉันเกลียดแม่ หลายปีมานี้เลยไม่เคยเปิดโทรศัพท์เครื่องนี้เลย” ฉือโยวโยวเปิดโทรศัพท์ เสียงเปิดเครื่องของโนเกียดังขึ้น
เมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์เชื่อมต่อเครือข่ายหลังตรวจพบซิมการ์ด สมองของพ่อฉือก็อื้ออึง เขารีบร้อนเข้ามาดึงตัวเธอ หวังจะแย่งโทรศัพท์ไป
แขกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างฉือโยวโยวดึงเธอเข้าหาตัว
บนหน้าจอมีไอคอนข้อความเด้งขึ้นมาจริง ๆ
ฉือโยวโยวกำลังจะกดเปิด
“โยวโยว!”
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนของพ่อฉือ ฉือโยวโยวก็เงยหน้าขึ้นมองบิดาที่อยู่ตรงหน้า พลันรู้สึกว่าเขาช่างแปลกหน้าเหลือเกิน
ราวกับไม่รู้จักกันอีกต่อไป
เธอกลัวเขามาตลอด อยากได้รับความสนใจจากพ่อ แต่พ่อกลับมองเธอขวางหูขวางตาเสมอ พอกลับถึงบ้าน พ่อลูกคุยกันได้ไม่กี่คำก็เริ่มทะเลาะกัน
ดวงตาของพ่อฉือแดงก่ำ คิ้วขมวดแน่น ดูราวกับหมาป่าที่จ้องจะขย้ำเธอ
เธอมองเห็นความเกลียดชังในแววตาของเขา
ฉือโยวโยวหวาดกลัว ยิ่งกลัวก็ยิ่งกำโทรศัพท์แน่นขึ้น
เธอกดเปิดข้อความ
มันเป็นข้อความเสียงพร้อมภาพ
สิ่งที่ปรากฏขึ้นก่อนคือรูปถ่าย
ในรูปเป็นผนังสีเทาขาวกับหน้าต่างเหล็ก
ผนังยังดูใหม่ ราวเหล็กทาสีฟ้าไว้อย่างสะอาดสะอ้าน ไม่มีสนิมแม้แต่น้อย
แวบเดียวฉือโยวโยวก็จำได้ว่ามันคล้ายห้องที่เธอเคยถูกขังไว้ในหงโหลวมาก
