คุณย่าเจียงเดิมทีก็ไม่พอใจเจียงเสี่ยวสุ่ยอยู่แล้ว พอได้ยินคำพูดนี้ จู่ ๆ ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้
จริงด้วย ตั้งแต่เจียงเสี่ยวสุ่ยก้าวเข้าบ้านมาก็พูดจาพิกล ดูแล้วชวนให้รู้สึกแปลก ๆ แถมยังคอยขัดใจเธอไปเสียทุกเรื่อง เป็นไปได้ไหมว่าเธอมาที่นี่พร้อมจุดประสงค์บางอย่าง?
เจียงหมิงกล่าวว่า “คุณผู้ชายท่านนี้ เจียงเสี่ยวสุ่ยเป็นน้องสาวของผม นี่เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจโต้แย้งได้”
เจียงเหยียนฟังแล้วก็โมโหขึ้นมา “ตอนเสี่ยวสุ่ยกลับบ้าน เราตรวจดีเอ็นเอกันแล้ว เธอเป็นคนตระกูลเจียงจริง ๆ คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ยุแยงให้พี่น้องแตกคอกันหรือไง?”
อีกฝ่ายรีบขอโทษ “ไม่กล้าครับ ไม่กล้า ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น” เขาเหลือบมองเจียงหมิงจู๋อย่างลังเล ก่อนพูดว่า “ผมแค่เดาสุ่ม ๆ น่ะครับ เป็นไปได้ไหมว่าตอนพวกคุณไปรับตัว ระหว่างทางมีการสับเปลี่ยนคน?”
เจียงเหยียนถามเสียงเข้ม “คุณหมายความว่ายังไง?”
ชายคนนั้นเอ่ยเนิบ ๆ ว่า “ผมได้ยินมาว่า เมื่อเดือนก่อนมีการพบพ่อค้ายาเสพติดบนรถไฟที่เดินทางจากหนานซื่อไปจินซื่อ รถไฟเลยต้องจอดระหว่างทางตั้ง 15 นาที”
“บางทีคนอาจถูกสับเปลี่ยนกันในช่วง 15 นาทีนั้นก็ได้”
“แกอยากตายหรือไง?” เจียงเหยียนไม่ต้องคิดก็รู้ว่าหมอนี่พูดจายั่วโมโห เขาถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมเข้าไปกระชากอีกฝ่าย แต่เจียงเสี่ยวสุ่ยดึงเขาไว้ “ฟังให้จบก่อนว่าเขาจะพูดอะไร”
ชายที่พูดมีดวงได้ลาภลอย แต่ไม่นานก็คงต้องติดคุกเพราะปล่อยข่าวเท็จและยั่วยุ ฟังเขาพูดต่ออีกหน่อยก็ไม่เสียหาย
