มือของซินจื้อเหยากำชายเสื้อของโจวจี้แน่น เสียงสะอื้นที่พยายามกลั้นไว้ดังแผ่วเบาเป็นระยะ โจวจี้สัมผัสได้ว่าเสื้อบริเวณอกของตัวเองเปียกชุ่มเป็นวงกว้าง
ความสงสารในใจโจวจี้ยิ่งเพิ่มพูน เขาตบหลังเธอเบา ๆ ราวกับกำลังปลอบเด็ก “อยากร้องไห้ก็ร้องออกมาเถอะ ไม่ต้องฝืนกลั้นไว้”
ซินจื้อเหยาสะอื้นจนเสียงสั่น “ศาสตราจารย์โจว คุณผิดหวังในตัวฉันมากใช่ไหมคะ”
เธอไม่เป็นผู้ใหญ่เอาเสียเลย ไม่มีความสามารถในการแก้ปัญหา พอถูกทำให้เจ็บใจก็ไม่กล้าตอบโต้ ตอนนี้ก็เอาแต่ร้องไห้
“จะเป็นไปได้ยังไง” น้ำเสียงของโจวจี้อ่อนโยนอย่างยิ่ง “ทุกคนล้วนต้องผ่านการเติบโต ก่อนแต่งงานผมก็บอกคุณแล้วว่าผมอายุมากกว่า ย่อมมีข้อได้เปรียบของคนอายุมากกว่า ผมหวังว่าประสบการณ์บางอย่างของผมจะช่วยให้คุณเติบโตโดยไม่ต้องเสียเวลาเดินอ้อม”
ไม่เคยมีใครอดทนกับซินจื้อเหยาอย่างโจวจี้มาก่อน เธอร้องเสียงดังว่า “ทำยังไงดีคะ ศาสตราจารย์โจว ฉันยิ่งอยากร้องไห้เข้าไปใหญ่แล้ว”
โจวจี้หัวเราะ “อยากร้องก็ร้องเถอะ ถ้าคุณรู้สึกอาย ผมจะบังให้”
พอเขาพูดแบบนั้น ซินจื้อเหยากลับร้องไม่ออก
เธอซบอยู่ในอ้อมกอดของเขา สะอื้นเบา ๆ อยู่พักใหญ่กว่าจะสงบลง
ตอนผละออกจากอ้อมกอด เธอเห็นว่าเสื้อบริเวณอกของโจวจี้เปียกเป็นวงกว้าง แถมยังเห็นได้ชัดทีเดียว
ซินจื้อเหยารู้สึกกระดากอายขึ้นมาทันที พึมพำว่า “กลับไปฉันซักให้คุณนะคะ”
โจวจี้มองดวงตาของเธอที่บวมแดงเหมือนตากระต่าย แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ไม่ต้องหรอก ที่บ้านมีเครื่องซักผ้า”
“อ๋อ” ซินจื้อเหยาตอบรับ ก่อนจะเสริมว่า “งั้นฉันช่วยตากให้ก็ได้ค่ะ”
