ไม่นานเสียงผัดอาหารก็ดังมาจากในครัว ซินจื้อเหยาทนไม่ไหว ยืนมองอยู่ตรงประตูห้องครัว
โจวจี้สวมผ้ากันเปื้อน เส้นกรอบหน้าด้านข้างคมชัดและสุขุม ท่าทางเม้มปากดูสง่างามเรียบเฉย แขนเสื้อพับขึ้นเผยให้เห็นข้อมือเซ็กซี่ ไหล่กว้างหนา ไม่นานกลิ่นหอมของอาหารก็อบอวลไปทั่วห้องครัว ท่วงท่าทำอาหารของเขาคล่องแคล่วชำนาญ
ภาพสามีแสนดีปรากฏเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาเลย
ซินจื้อเหยามองจนเคลิ้มไปเล็กน้อย
ตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้ โจวจี้สมบูรณ์แบบจนเธอไม่กล้าจินตนาการ
เธอเชื่อว่าบนโลกนี้มีคนสมบูรณ์แบบอยู่จริง แต่ไม่เชื่อว่าคนแบบนั้นจะเป็นของเธอ
เพราะรู้ว่าเธอจะย้ายเข้ามาอยู่ โจวจี้จึงมาทำความสะอาดบ้านล่วงหน้า ซื้อของใช้จำเป็นไว้ครบ ปูที่นอนด้วยผ้าปูชุดใหม่ ปักดอกไม้สดไว้ในแจกัน แม้แต่มุมโต๊ะที่แหลมคมก็ยังหุ้มแถบกันกระแทกไว้
รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เขาไม่เคยพูดถึงอย่างเจาะจง แต่ทันทีที่ซินจื้อเหยาก้าวเข้าบ้านก็สัมผัสได้ถึงความใส่ใจในการเตรียมการของเขา
เธอไม่เคยได้รับการปฏิบัติอย่างจริงจังถึงขนาดนี้มาก่อน
เธอรู้ว่าบางทีอาจเป็นเพราะได้อานิสงส์จากลูก แต่คนที่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงก็คือตัวเธอเอง
“หิวหรือยัง?”
เสียงของโจวจี้ทำให้เธอได้สติ พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นเขาถือจานอาหารเดินออกมา
“ฉันช่วยค่ะ” ซินจื้อเหยากำลังจะเข้าไปรับ
“ไม่ต้อง” โจวจี้หลบมือเธอ “มันร้อนนิดหน่อย”
รู้ว่าเธออาจรู้สึกไม่สบายใจที่ไม่ได้ทำอะไรเลย โจวจี้จึงเอ่ยว่า “ช่วยเอาชามกับตะเกียบออกมาหน่อย”
“ได้ค่ะ” พอได้รับมอบหมาย ซินจื้อเหยาก็รีบเข้าไปในครัว
ไม่นานอาหารเย็นก็ถูกจัดวางบนโต๊ะ นอกจากซี่โครงหมูตุ๋นมันฝรั่ง ยังมีมะเขือเทศผัดรสเปรี้ยวอมหวาน อีกจานเป็นผักใบเขียว
“ไม่รู้ว่าจะถูกปากคุณหรือเปล่า” โจวจี้ยื่นข้าวที่ตักใส่ชามแล้วให้เธอ “ลองชิมดู ถ้าเค็มไปหรือจืดไปก็บอกฉันนะ คราวหน้าฉันจะได้รู้”
“ขอบคุณค่ะ” ซินจื้อเหยารับชามด้วยสองมือ ถือไว้ทั้งที่มีตะเกียบอยู่ในมือแต่ไม่ขยับ
