หัวใจของซินจื้อเหยาเต้นรัว จนกระทั่งสัมผัสอุ่น ๆ แตะลงข้างริมฝีปากของเธอ
ไม่ใช่ริมฝีปาก แต่เป็นปลายนิ้ว
ในชั่วขณะนั้น ซินจื้อเหยาเองก็บอกไม่ถูกว่ารู้สึกผิดหวังหรืออย่างไร เห็นเพียงโจวจี้ยื่นมือมาตรงหน้าเธอ พลางยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “อร่อยขนาดนั้นเลยเหรอ เก็บไว้ทำขนมต่อหรือไง?”
ปลายนิ้วยาวเรียวของเขามีน้ำข้าวโพดติดอยู่เล็กน้อย ซึ่งเช็ดออกมาจากริมฝีปากของเธอ
หมายความว่าตลอดทางที่ผ่านมา เธออมเจ้านี่ไว้ในปากอย่างนั้นเหรอ?
ไม่น่าแปลกใจเลยที่สายตาของโจวจี้ซึ่งมองเธอจะดูแปลก ๆ
ใบหน้าของซินจื้อเหยาแดงก่ำขึ้นมาทันที ร่างกายขยับเร็วกว่าสมอง เธอคว้ามือของโจวจี้มาวางตรงริมฝีปาก แล้วเลีย...
สีหน้าของโจวจี้ชะงักไปเล็กน้อย
ซินจื้อเหยาที่เพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป อยากแทรกแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด
เธอไม่กล้าแม้แต่จะมองโจวจี้ เปิดประตูรถแล้วกระโดดลงไปด้วยความเร็วที่สุดในชีวิต
“ปัง”
เสียงปิดประตูรถดังขึ้น
โจวจี้ได้สติกลับมา เขามองซินจื้อเหยาที่อยู่นอกกระจกรถ วิ่งวนไปมาเหมือนแมลงวันไร้หัว
ผิวหนังตรงปลายนิ้วส่วนที่เธอเพิ่งเลียไปเมื่อครู่ ราวกับถูกไฟลวก
หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ โจวจี้ก็เปิดประตูลงจากรถ ส่วนซินจื้อเหยาที่กำลังวิ่งวนไปมาก็กลับมาอีกครั้ง
เพราะเธอไม่รู้จักทาง ครั้งก่อนที่มาถึงก็มาแบบงง ๆ เธอจำไม่ได้เลยว่าบ้านอยู่ทางไหน
เธอก้มหน้ายืนเรียบร้อยอยู่ข้างโจวจี้ รอให้เขาหยิบของออกจากท้ายรถ
ถุงมีอยู่หลายใบ เธอพูดเสียงเบาว่า “เดี๋ยวฉันช่วยค่ะ”
