“นี่มันชามลายมังกรหงส์ห้าสีสมัยเต้ากวงแห่งราชวงศ์ชิงชัด ๆ แล้วจะไปเกี่ยวอะไรกับจูหยวนจางได้ยังไง?”
ฉันยกมือคลึงหน้าผาก ทั้งขำทั้งจนใจ
ไอ้หมอนี่พูดจาเหลวไหลไปเรื่อย ก็แค่อยากกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของฉัน ให้หยิบชามกระเบื้องขึ้นมาดูแล้วทำแตกคามือ จะได้เรียกค่าเสียหายจากฉัน
“ชามลายมังกรหงส์ห้าสีสมัยเต้ากวงแห่งราชวงศ์ชิงก็เป็นของมีค่านะ มูลค่าหลายแสนเลย”
เหอชิงมองฉันอย่างประหลาดใจ
เขารู้สึกคุ้นหน้าฉันขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
หรือไอ้หมอนี่ตรงหน้าจะเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เมื่อคืนทำเครื่องปั้นเครื่องเคลือบเถาเที่ยแตก แล้วได้แหวนทองโบราณไปคนนั้น?
“ขาย 10 หยวนไหม?”
ฉันไม่คิดจะเสียเวลาคุยกับเขาแล้ว
“สามแสนหยวน เอาไปเลย...”
เหอชิงถลึงตาใส่ฉัน
“100 หยวน”
ฉันต่อราคา “ไม่ขายก็ไม่เป็นไร”
พูดจบก็ลุกขึ้นทำท่าจะเดินไป
“200 หยวน เอาไปเลย”
เหอชิงแสร้งทำท่าเหมือนเจ็บใจมาก
“ตกลง”
ฉันไม่ต่อราคาอีก รู้ดีว่าไอ้หมอนี่หน้าเลือด ถ้าต่ำกว่า 200 หยวนคงไม่ยอมขายแน่
ไม่นานเราก็ซื้อขายกันเสร็จ
“เอาไปเองเลย ฉันไม่มีถุง”
พอได้เงินแล้ว เหอชิงก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย คงหวังให้ฉันหยิบชามด้วยมือเปล่า พอหยิบปุ๊บก็แตกปั๊บ แบบนั้นฉันไม่มีทางเอาหรอก
เขาคงเอาไปติดกาว แล้วพรุ่งนี้ก็เอามาหลอกคนอื่นต่อ
ฉันยิ้มอย่างมีเลศนัย หยิบถุงพลาสติกออกมา จากนั้นประคองชามกระเบื้องใบนั้นด้วยสองมือ แล้วค่อย ๆ วางลงในถุง
เป็นอย่างที่คิด มันแตกคาถุงทันที
กลายเป็นสองซีก!
“นี่มันชามแตกนี่นา?”
หลี่ชิงดูออกทันที เธอพูดอย่างโมโห
