ไม่กี่วันต่อมา สวี่หย่าเจวียนก็ขึ้นเรือยอชต์ออกทะเลไปพร้อมกับจวงหมิงรุ่ยและสองพ่อลูกตระกูลจวง
แม้จวงชูฉิงจะรู้จากระบบว่าสวี่หย่าเจวียนระวังตัวตามคำเตือนของเธอแล้ว แต่ก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
เพื่อให้เธอสบายใจ เหวินเย่หลานจึงจัดบอดี้การ์ดกลุ่มหนึ่งแอบขึ้นเรือยอชต์ไป เพื่อคอยดูแลความปลอดภัยของสวี่หย่าเจวียน
หลังจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เหวินเย่หลานถึงค่อยบอกจวงชูฉิงว่าเขาทำอะไรไปบ้าง
จวงชูฉิงยังไม่ทันได้ขอบคุณเหวินเย่หลาน ก็ได้ยินเขาพูดว่า “ถึงยังไงคุณสวี่ก็เป็นแม่ยายของฉันในนาม แถมเธอยังมีน้องชายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีกคน ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอจริง ๆ น้องชายของเธออาจต้องย้ายมาอยู่บ้านเรา ฉันไม่อยากให้มีเด็กแสบที่ใคร ๆ ก็ไม่ชอบเพิ่มมาในบ้านหรอก”
“ก็จริง” จวงชูฉิงพยักหน้าเห็นด้วย “จวงหมิงรุ่ยเป็นเด็กแสบที่น่ารำคาญ ถ้าเขาย้ายมาอยู่บ้านเราจริง ๆ ฉันคงตีเขาวันละสามมื้อ แถมมื้อดึกอีกมื้อด้วย”
เด็กคนนี้ถูกจวงหย่งหยวนกับจวงม่านอินตามใจจนเสียนิสัย กลายเป็นคนวางอำนาจบาตรใหญ่ ถ้าไม่รีบแก้ไข เกรงว่าคงถูกเลี้ยงจนเสียคนจริง ๆ
บอดี้การ์ดที่เหวินเย่หลานจัดไว้จะรายงานสถานการณ์บนเรือให้เขาฟังทุกวัน
หลายวันแรกทุกอย่างเป็นปกติดี แต่ในวันที่ห้าซึ่งเป็นวันเดินทางกลับ บอดี้การ์ดส่งคลิปเหตุการณ์หน้างานมาให้เหวินเย่หลาน
ในคลิป สวี่หย่าเจวียนคลุมผ้าคลุมไหล่ ยืนชมพระอาทิตย์ตกเหนือทะเลอยู่บนดาดฟ้าเรือ
ตลอดหลายวันที่ออกทะเลเที่ยว จวงหย่งหยวนกับจวงม่านอินต่างก็จงใจเอาใจเธอ
