ขณะที่จวงหมิงรุ่ยกำลังโวยวายเสียงดังอยู่หน้าคฤหาสน์ จู่ ๆ ก็มีรถคันหนึ่งมาจอด
พอเห็นรถคุ้นตา จวงหมิงรุ่ยก็รีบวิ่งออกไป
ไม่นาน จวงหย่งหยวนกับจวงม่านอินก็ลงจากรถ
จวงหมิงรุ่ยโผเข้าไปกอดจวงหย่งหยวน ร้องไห้ขี้มูกโป่งน้ำตาไหลพราก “พ่อครับ เมื่อกี้แม่ตีผม!”
“เด็กดี ไม่ร้องนะ” จวงหย่งหยวนลูบหัวเขาแล้วชวนว่า “อีกสองสามวันพ่อกับแม่จะพาลูกไปเที่ยวทะเล ดีไหม?”
พอได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยวทะเล จวงหมิงรุ่ยก็ยิ้มร่าทันที “ดีครับ!”
หลังปลอบจวงหมิงรุ่ยจนหายงอแง จวงหย่งหยวนก็พาจวงม่านอินกับเขาไปหาสวี่หย่าเจวียนด้วยกัน
พอเห็นพวกเขา สวี่หย่าเจวียนก็พูดอย่างหงุดหงิดว่า “พวกคุณมาที่นี่ทำไม?”
“หย่าเจวียน ผมอยากคุยกับคุณดี ๆ” จวงหย่งหยวนพูดอย่างจริงจัง “ผมรู้ว่าเรื่องที่ผ่านมาเคยทำให้คุณเจ็บปวดมาก แต่เราทะเลาะกันแบบนี้ต่อไปก็ไม่ใช่ทางออก เราควรคุยกันดี ๆ สักครั้ง”
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” สวี่หย่าเจวียนเอ่ยเสียงเย็น “ฉันให้ผู้ช่วยส่งข้อตกลงหย่าให้คุณแล้ว ฉันยังอุตส่าห์ปรานีคุณอยู่”
จวงหย่งหยวนถามว่า “หย่าเจวียน เราใช้ชีวิตด้วยกันมาตั้งหลายปี คุณจะทำกันถึงขนาดนี้จริง ๆ เหรอ?”
สวี่หย่าเจวียนไม่หลงกลคำพูดเขา “เรื่องผิดกฎหมายที่คุณทำในบริษัทตลอดหลายปีมานี้ หลักฐานทั้งหมดอยู่ในมือฉัน ฉันขอเตือนให้คุณยอมหย่าดี ๆ ไม่อย่างนั้นถ้าหลักฐานพวกนี้หลุดออกไป สิ่งที่รอคุณอยู่ก็คือโทษจำคุก”
