ตอนจวงชูฉิงกลับจากบริษัท เธอก็พบเข้ากับรถคุ้นตาที่จอดอยู่หน้าบ้านอย่างไม่คาดคิด
เป็นรถคันที่เหวินเย่หลานเคยขับชนจนพังก่อนหน้านี้
ตอนนี้รถมาจอดอยู่หน้าบ้าน แบบนี้หมายความว่าเหวินเย่หลานกลับมาแล้วหรือเปล่า?
พอคิดได้อย่างนั้น จวงชูฉิงก็รีบเดินเข้าไปในวิลล่า แล้วก็เห็นกระเป๋าเดินทางของเหวินเย่หลานอยู่ในห้องนั่งเล่นจริง ๆ
ไหนบอกว่าจะกลับพรุ่งนี้ไง? ทำไมวันนี้ถึงมาถึงแล้วล่ะ
“เหวินเย่หลาน” จวงชูฉิงตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังไปทางห้องชั้นบน
ครู่ต่อมา ประตูห้องก็เปิดออก เหวินเย่หลานในชุดนอนเดินออกมาจากห้อง
เขายืนอยู่ตรงราวบันไดชั้นบน สบตากับจวงชูฉิงที่อยู่ข้างล่าง
“กลับมาแล้วเหรอ!” จวงชูฉิงพูดอย่างดีใจ “ฉันนึกว่านายจะกลับมาได้พรุ่งนี้ซะอีก”
“งานเสร็จก่อนกำหนด เลยเปลี่ยนเที่ยวบิน” เหวินเย่หลานเดินลงมาจากชั้นบน
จวงชูฉิงขยับเข้าไปหาแล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า “แผลที่แขนเป็นยังไงบ้าง?”
เหวินเย่หลานพับแขนเสื้อข้อมือขวาขึ้น เผยให้เห็นแขนที่พันผ้าพันแผลไว้ “แผลไม่หนักหรอก แค่ช่วงนี้ขยับแขนไม่ได้ แล้วก็โดนน้ำไม่ได้ด้วย”
จวงชูฉิงพูดอย่างใจกว้างว่า “มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลยนะ”
เหวินเย่หลานช่วยเธอมาตั้งมากมาย ถึงเวลาที่เธอจะตอบแทนเขาบ้างแล้ว
เหวินเย่หลานจ้องหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดว่า “ในเมื่อพูดแบบนี้ งั้นฉันก็ไม่เกรงใจแล้วนะ”
“ไม่ต้องเกรงใจฉันเลย” จวงชูฉิงพูดอย่างรู้สึกผิดนิด ๆ “แล้วก็เรื่องครั้งนี้ ขอโทษนะที่ดึงนายเข้ามาพัวพันด้วย”
