ตอนนี้จวงชูฉิงไม่มีอารมณ์ทำงานเลยสักนิด “อีกสิบกว่าวันก็จะถึงตรุษจีนแล้ว พวกคุณยังจะจัดงานให้ฉันอีกเหรอ?”
“เธอเป็นดาราสาวที่กำลังดังสุด ๆ กลับจากกองถ่ายมาครึ่งเดือนกว่าแล้ว แต่เข้าร่วมงานแบรนด์แค่งานเดียว แบบนี้มันสมเหตุสมผลตรงไหน?”
จวงชูฉิงเบ้ปาก “ก่อนตรุษจีนอย่าจัดงานให้ฉันเลย อีกไม่กี่วันฉันมีธุระต้องไปต่างจังหวัด”
อีกหนึ่งสัปดาห์ก็จะถึงวันครบรอบการเสียชีวิตของคุณย่าของเจ้าของร่างเดิม เธอจะไปไหว้หลุมศพแทนเจ้าของร่างเดิม
จ้าวซือซือหันไปมองฉู่หาง “บอสคะ ถ้านักแสดงไม่ให้ความร่วมมือกับงานจะทำยังไงดี?”
ฉู่หางพูดอย่างจนใจ “ตอนนี้เธอก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทแล้ว ฉันใช้ฐานะบอสไปกดดันเธอไม่ได้”
ตอนนั้นเงินสามสิบล้านที่จวงชูฉิงลงทุนในเรื่อง《อำนาจล้นฟ้า》 ฉู่หางคิดเป็นหุ้นของบริษัทให้เธอ
“จบกัน” จ้าวซือซือถอนหายใจยาว “ทัศนคติเรื่องงานของเธอก็ไม่เอาไหนอยู่แล้ว ตอนนี้ยังกลายเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทอีก ฉันนึกภาพออกเลยว่าต่อไปทำงานด้วยจะลำบากขนาดไหน”
คุณหนูใหญ่เอาแต่ใจเพราะมีเงิน ตอนนี้ยังกลายเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทอีก ต่อไปคงยิ่งทำอะไรตามใจตัวเองมากกว่าเดิมสินะ
ฉู่หางม้วนเอกสารในมือให้เป็นรูปไมโครโฟนแล้วยื่นไปตรงหน้าจวงชูฉิง “คุณมีภูมิหลังกับเครือข่ายเส้นสายที่แข็งแกร่งขนาดนี้ แต่สองปีก่อนกลับไม่มีใครรู้จักเลย ขอสัมภาษณ์หน่อยได้ไหมว่าคิดยังไง?”
ให้ตายเถอะ ตอนที่เขารู้ว่าจวงชูฉิงเป็นญาติกับเหวินเย่หลาน เขาตกใจแทบแย่ มีเส้นสายใหญ่ขนาดนี้แท้ ๆ แต่จวงชูฉิงกลับไม่เคยพูดถึงเลย แถมยังตั้งใจรักษาระยะห่างจากเหวินเย่หลานด้วย
