ก่อนกินขนม จวงชูฉิงหยิบโทรศัพท์ออกมา ถ่ายรูปขนมจากหลายมุมเก็บไว้เป็นที่ระลึก
เพราะนี่ไม่ใช่ขนมธรรมดา ๆ อีกต่อไปแล้ว
เหวินเย่หลานที่อยู่ข้าง ๆ พูดอย่างจนใจว่า “ต้องขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แน่นอนสิ” จวงชูฉิงพูดพลางถ่ายรูป “นี่เป็นขนมที่แพงที่สุดเท่าที่ฉันเคยกินมาตลอดยี่สิบกว่าปีเลยนะ ต้องถ่ายรูปเก็บไว้สิ”
พอถ่ายรูปเสร็จ จวงชูฉิงถึงค่อย ๆ หยิบขนมขึ้นมาอย่างทะนุถนอม จ้องมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกขึ้นกัดคำหนึ่ง
ทันทีที่ได้ชิม ดวงตาของจวงชูฉิงก็เป็นประกายอย่างอดไม่ได้
“อร่อย!”
สมแล้วที่เป็นขนมซึ่งเหวินเย่หลานอุตส่าห์หิ้วกลับมาให้ อร่อยกว่าขนมทุกชนิดที่เธอเคยกินเสียอีก
“ชอบก็ดีแล้ว” เหวินเย่หลานถามขึ้นกะทันหัน “เมื่อกี้ถ่ายไว้ตั้งหลายรูป เตรียมจะโพสต์ลงเวยป๋อทีหลังเหรอ?”
จวงชูฉิงส่ายหน้า “ไม่โพสต์หรอก ช่วงนี้กำลังวุ่นวาย ผู้จัดการฉันบอกว่าอย่าเพิ่งเล่นเน็ต บอกให้ปล่อยให้แฟน ๆ สงสารฉันไปก่อน แบบนี้พอความจริงกระจ่าง แฟน ๆ จะได้ยิ่งเห็นใจฉัน”
เหวินเย่หลาน “……”
เห็นเขาทำหน้าไม่เห็นด้วย จวงชูฉิงก็ไอเบา ๆ ก่อนพูดว่า “ฉันรู้ว่านายไม่ชอบวิธีปั่นกระแสแบบนี้ แต่พออยู่ในวงการนี้ บางทีก็เลือกอะไรเองไม่ได้”
ใช่ว่าทุกคนจะมีต้นทุนดีพร้อมเหมือนเหวินเย่หลาน จนสามารถเมินกฎของวงการบันเทิงแล้วสร้างเส้นทางของตัวเองได้
เหวินเย่หลานว่า “ก็เพราะช่วงนี้วุ่นวาย เธอยิ่งควรโพสต์ต่างหาก”
จวงชูฉิงถามอย่างใฝ่รู้ “ทำไมล่ะ?”
