เดิมทีเจียงโหรวซวงตั้งใจจะเล่าเรื่องที่ซ่งเทาคุยกับเธอเมื่อครู่ให้จวงชูฉิงฟัง อยากให้ช่วยคิดหาทางออก
แต่พอรู้ว่าจวงชูฉิงกับซ่งเทาเป็นเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เธอก็ชักลังเลขึ้นมา
บางทีตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ควรดึงจวงชูฉิงเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้
เห็นเธอเงียบไป จวงชูฉิงก็ถามตรง ๆ ว่า “ซ่งเทาข่มขู่เธอใช่ไหม?”
“รู้ได้ยังไง?” เจียงโหรวซวงหลุดปากถาม
“เดาเอาน่ะ” จวงชูฉิงยิ้มแล้วพูดต่อ “ก่อนหน้านี้เธอก็บอกว่าซ่งเทาเป็นคนที่ไม่เลือกวิธีการเพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ เขาจะข่มขู่หรือล่อใจใครก็ไม่แปลกหรอก”
เมื่อเห็นแววตาจริงใจของจวงชูฉิง สุดท้ายเจียงโหรวซวงก็เล่าเรื่องที่ซ่งเทาพูดให้เธอฟัง
“ซ่งเทารู้แล้วว่าคุณย่าอยู่ที่บ้านพักคนชราแห่งนี้ หรือว่าเราจะย้ายคุณย่าไปที่อื่นดี?” เจียงโหรวซวงพูดอย่างไม่สบายใจ
จวงชูฉิงส่ายหน้า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก”
เจียงโหรวซวงสงสัย “ยุ่งยาก?”
จวงชูฉิงยิ้มสดใส “เชื่อฉันเถอะ อีกสามวันซ่งเทาจะยุ่งจนเอาตัวเองไม่รอด ไม่มาหาเรื่องเธออีกแน่”
ฟังแล้วเจียงโหรวซวงก็ยิ่งสงสัย “พูดจริงเหรอ?”
ฟังดูไม่น่าเชื่อถือเท่าไร แต่จวงชูฉิงกลับพูดอย่างมั่นอกมั่นใจ จนเธอไม่รู้จะตัดสินใจยังไงดี
จวงชูฉิงตบไหล่เธอเบา ๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง “เธอต้องเชื่อในวิธีจัดการอันเด็ดขาดของเหวินเย่หลาน”
เจียงโหรวซวงฟังแล้วงงไปหมด
จวงชูฉิงฉวยโอกาสช่วยเพิ่มคะแนนความประทับใจที่เจียงโหรวซวงมีต่อเหวินเย่หลาน “ในเมื่อเหวินเย่หลานรับปากว่าจะช่วยจัดการเรื่องโรงละครให้เธอ เขาก็ต้องทำตามที่พูดแน่นอน”
