เรื่องราวดำเนินมาถึงตรงนี้ จวงชูฉิงก็จงใจหยุดพูด
ขอบตาของเจียงโหรวซวงแดงก่ำไปหมดแล้ว
เธอไม่เคยอยากพูดถึงเรื่องในอดีตระหว่างตัวเองกับเจียงเนี่ยนอวิ๋น แต่เมื่อจวงชูฉิงเล่าเรื่องเหล่านั้นออกมา กลับทำให้เธอเข้าใจปัญหาหลายอย่างที่ค้างคาใจมานาน
ที่แท้ตอนนั้นเจียงเนี่ยนอวิ๋นจากไปไม่ใช่เพราะทนชีวิตลำบากในโรงละครไม่ไหว แต่เป็นเพราะถูกพ่อไล่ออกไป
เธอมองเจียงเนี่ยนอวิ๋นเป็นพี่สาวมาตลอด จึงคิดไปเองอย่างสมเหตุสมผลว่าเจียงเนี่ยนอวิ๋นปฏิบัติต่อพ่อของเธอในฐานะผู้อาวุโส ไม่คิดเลยว่าตอนที่เธอไม่รู้เรื่อง ทั้งคู่จะผ่านอะไรมาด้วยกันมากมายขนาดนี้
“แล้วหลังจากนั้นล่ะ ผู้หญิงคนนั้นไปเจอเขาที่โรงพยาบาล พวกเขาคุยอะไรกันบ้าง?” เจียงโหรวซวงอดถามต่อไม่ได้
ก่อนเสียชีวิต พ่อเคยกำชับเธอว่าอย่าโกรธแค้นเจียงเนี่ยนอวิ๋นอีก
แล้วตกลงพ่อรู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่?
จวงชูฉิงพูดอย่างเสียดายว่า “เรื่องราวที่ฉันเห็นมีแค่นี้ รอฉันอ่านช่วงที่เหลือจบแล้วจะเล่าให้ฟังนะ”
เธอไม่ได้โกหก เพราะบทละครที่เธอได้รับมีแค่นี้จริง ๆ
จู่ ๆ เจียงโหรวซวงก็เดาอะไรบางอย่างได้ “บทละครนี้เจียงเนี่ยนอวิ๋นให้เธอมาหรือเปล่า?”
จวงชูฉิงดีดนิ้วดังเป๊าะ “เดาถูกแล้ว นี่คือบทละครที่คุณเจียงวางแผนมาหลายปี”
เจียงเนี่ยนอวิ๋นให้ความสำคัญกับโปรเจกต์นี้มาก ไม่เพียงดึงนักเขียนบทและผู้กำกับชื่อดังมาร่วมงาน แต่ยังทุ่มทรัพย์สินส่วนใหญ่ของตัวเองลงไปด้วย
หนังแนวนี้ไม่เป็นที่นิยมในตลาด ต่อให้ตอนนี้เจียงเนี่ยนอวิ๋นจะรุ่งเรืองในวงการบันเทิงแค่ไหน การหาทุนก็ยังไม่ง่าย เพราะอย่างนั้นเงินลงทุนส่วนใหญ่จึงออกมาจากกระเป๋าเธอคนเดียว
