จวงชูฉิงมองเหวินเย่หลานอย่างประหลาดใจ ก่อนจะถามข้อสงสัยในใจออกมา “ทำไม?”
เมื่อก่อนเหวินเย่หลานไม่เคยเข้ามายุ่งเรื่องที่เธอใช้เงินเลย ทำไมคราวนี้ถึงเปลี่ยนท่าทีขึ้นมากะทันหัน?
เหวินเย่หลานตอบ “ไม่มีเหตุผลทั้งนั้น สรุปคือเธอห้ามลงทุนให้เขา”
จวงชูฉิงเริ่มโมโหขึ้นมาเหมือนกัน “ถ้าฉันจะลงทุนให้เขาล่ะ?”
“อย่าลืมว่าตอนนี้เราเป็นสามีภรรยากัน” เหวินเย่หลานเคาะนิ้วลงบนโต๊ะกลางเบา ๆ สองสามครั้ง “ถ้าเธอยืนกรานจะลงทุนให้จ้าวอี้เฉิง ฉันจะยื่นคำร้องอายัดทรัพย์สินโดยอ้างเรื่องการหย่า ถึงตอนนั้นทรัพย์สินทุกอย่างที่อยู่ในชื่อเธอก็จะถูกอายัดทั้งหมด”
จวงชูฉิงถามอย่างไม่อยากเชื่อ “ตกลงนายทำแบบนี้ไปทำไมกันแน่?”
เขาบ้าไปแล้วหรือไง!
“ฉันทำไปก็เพื่อเธอ” เหวินเย่หลานขมวดคิ้ว “ฉันจะให้คนไปตรวจสอบโครงการของจ้าวอี้เฉิงก่อน พอยืนยันได้ว่าไม่มีปัญหา ถ้าเธอยังอยากลงทุน ฉันก็จะไม่ยุ่งอีก”
จวงชูฉิงไม่ได้รู้เรื่องการลงทุนอะไรเลย ไม่แน่ว่าอาจถูกคำหวานของจ้าวอี้เฉิงคนนี้หลอกเอาก็ได้
จวงชูฉิงไม่ยอม “ไม่ได้ ฉันตกลงกับจ้าวอี้เฉิงไว้แล้ว อีกอย่าง ฉันใช้เงินของตัวเองลงทุน ต่อให้ขาดทุนฉันก็ยอมรับ แบบนี้ได้หรือยัง?”
“ฉันบอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้” เหวินเย่หลานพูดเสียงเข้ม
นี่เป็นครั้งแรกที่จวงชูฉิงเห็นเขาไม่มีเหตุผลขนาดนี้
เหวินเย่หลานเองก็ไม่อยากทะเลาะกับเธอต่อ จึงลุกขึ้นเดินตรงไปชั้นบนเสียเลย
จวงชูฉิงสูดหายใจลึก ๆ กดไฟโกรธที่อัดแน่นอยู่ในอกลงไป
