หลังตอบเวยป๋อของเหวินเย่หลานแล้ว จวงชูฉิงก็รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ค่อยถูกต้อง
“เหวินเย่หลาน ก่อนหน้านี้บนอินเทอร์เน็ตก็มีข่าวลือเรื่องเราสองคนอยู่แล้ว ตอนนี้เรายังทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก ข่าวลือเกี่ยวกับเราคงยิ่งมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ใช่ไหม?” จวงชูฉิงถามอย่างสงสัย
เมื่อกี้สมองเธอรวนไปหรือไงนะ เหวินเย่หลานบอกให้เธอตอบโต้กันสักหน่อย เธอก็ทำตามอย่างว่าง่าย
พอทำเสร็จถึงได้รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“ยิ่งปิดบัง ก็ยิ่งทำให้คนสงสัย” เหวินเย่หลานพูดอย่างสงบนิ่ง “เราโต้ตอบกันอย่างเปิดเผยแบบนี้ต่างหาก ถึงจะไม่ทำให้คนสงสัย”
“เป็นแบบนั้นเหรอ?” จวงชูฉิงฟังแล้วงงไปหมด
“คุณเหวิน คุณหนูจวง ได้เวลาทานข้าวแล้วค่ะ” แม่บ้านเรียกพวกเขาไปทานมื้อเย็น
พอได้ยินคำว่าทานข้าว จวงชูฉิงก็พักเรื่องนี้ไว้ก่อน
แขนขวาของเหวินเย่หลานมีแผล จึงไม่สะดวก จวงชูฉิงเลยหยิบผ้าเช็ดหน้าชุบน้ำมาช่วยเช็ดมือให้เขา
เธอเช็ดอย่างตั้งใจ พอเช็ดมือจนสะอาดแล้วก็ช่วยเลื่อนเก้าอี้ให้เหวินเย่หลาน จากนั้นผายมือเชิญ “คุณเหวิน เชิญนั่งค่ะ”
เหวินเย่หลานนั่งลงข้างโต๊ะอาหาร แล้วใช้มือซ้ายหยิบตะเกียบอย่างเก้ ๆ กัง ๆ พยายามคีบกับข้าว แต่ลองอยู่หลายครั้งก็ยังคีบไม่ขึ้น
จวงชูฉิงจึงต้องช่วยคีบกับข้าวใส่ชามให้เขา แล้วให้เหวินเย่หลานใช้ช้อนทาน
จู่ ๆ ระบบก็โผล่มา 【มีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่รู้ว่าควรเตือนเธอดีไหม】
จวงชูฉิง 【เรื่องกินข้าวใหญ่ที่สุด มีอะไรไว้ค่อยพูดหลังกินเสร็จ】
จะได้ไม่ทำให้มื้ออาหารของพวกเขาสะดุด
หลัง “ดูแล” เหวินเย่หลานจนทานข้าวเสร็จ จวงชูฉิงถึงนึกขึ้นได้ว่าระบบมีเรื่องจะบอก
