พอรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ จวงชูฉิงก็ยิ่งกระอักกระอ่วนเข้าไปใหญ่
เธอค่อย ๆ ขยับถอยห่างจากเหวินเย่หลานเล็กน้อย
ขณะที่กำลังจะผละออกจากอ้อมกอดของเหวินเย่หลาน มือที่วางอยู่บนเอวก็ออกแรงดึงเธอเข้าหาอีกครั้ง ทำให้เธอหงายลงไปนั่งบนตักเขาเต็ม ๆ
ลมหายใจร้อนผ่าวของเหวินเย่หลานทำให้จวงชูฉิงหน้าแดงไปทั้งตัว ราวกับกุ้งที่สุกจัด
“นายขึ้นไปอาบน้ำเย็นข้างบนก่อนไหม” จวงชูฉิงเสนอเสียงเบา ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป พอยาออกฤทธิ์เต็มที่ พวกเขาต้องเกิดเรื่องแน่!
“เรื่องที่เธอก่อ เธอก็ต้องเป็นคนจัดการให้เรียบร้อยสิ” เหวินเย่หลานมองเธอด้วยแววตาลึกล้ำ
จวงชูฉิงรู้สึกว่าสมองตัวเองหยุดทำงานไปแล้ว เดิมทีเธอคิดจะขอความช่วยเหลือจากระบบ แต่ระบบดันปิดเครื่องเพราะความร้อนเสียก่อน
“จะแก้...จะแก้ยังไงล่ะ?” เธอถามอย่างเหม่อลอย
เหวินเย่หลานใช้มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเธอแล้วกดลงมา ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดกัน
จวงชูฉิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
วินาทีต่อมา เหวินเย่หลานก็จูบเธอลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ต่างจากจูบเร่งร้อนครั้งก่อน คราวนี้จูบของเหวินเย่หลานอ่อนโยนขึ้นมาก แต่ก็ยังคงรุกเร้าไม่ต่างจากเดิม
จวงชูฉิงสมองขาวโพลนไปหมด กระทั่งมือของเหวินเย่หลานเริ่มปลดเสื้อผ้าเธอ เธอถึงได้สติกลับมาจากความมึนงง
“มะ...ไม่ได้” จวงชูฉิงพยายามรวบรวมสติที่เหลืออยู่ “เราทำแบบนี้ไม่ได้”
“ทำไมจะไม่ได้?” เสียงของเหวินเย่หลานแหบพร่าขึ้นมาก
จวงชูฉิงส่ายหน้า “ยังไงก็ไม่ได้”
